“..วันหนึ่งไปที่วิมานบนพระนิพพาน พอไปถึงก็นั่งเล่นนอนเล่นตามสบาย นึกว่าไม่มีใครมา ปกติท่านไปทุกวัน วันละหลายๆ เที่ยว ถ้าว่างเมื่อใดก็ไปเพราะจิตเป็นสุข วันนั้นพอไปแล้วก็มีคนเกิน ๒๐๐ คนมาหาแต่งตัวแพรวพราวเป็นระยับเต็มอัตราพระนิพพาน ก็สงสัยว่าพวกนี้มาได้อย่างไรก็เลยถามว่า
“ในสภาพที่เป็นมนุษย์มีรูปร่างแบบไหน ทำให้ดูซิ”
ท่านก็ทำให้ดูสมัยเป็นมนุษย์นุ่งโสร่งก็ขาด ใส่เสื้อก็เก่าแสนเก่ามีผ้าข้าวม้าพาดไหล่ ผอมๆ สูงๆ อาตมาจำได้เคยไปที่วัดบ่อยๆ ถามว่า
“โยม มานิพพานได้อย่างไร การมานิพพานได้ต้องเป็นพระอรหันต์”
โยมตอบว่า “อรหันต์ไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า อยู่ที่ใจ”
ถามว่า “โยมฝึกพระกรรมฐานถึงขั้นไหน”
ตอบว่า “ผมฝึกไม่มากครับ ไปฝึกมโนมยิทธิได้ ๒ ครั้ง แต่ไปพระนิพพานได้ และอาตมาบอกว่าทุกวันให้ไปพระนิพพาน ตั้งใจว่าถ้าตายเมื่อใดขอไปพระนิพพาน ผมก็กำลังป่วยหนัก เห็นพระนิพพานใสชัดเจนมาก วิมานก็สวย คนก็สวย อยู่ใกล้ๆ แค่มือเอื้อม เมื่อจิตออกจากร่างเลยเข้าวิมานไปเลย แล้ววิมานก็พาลอยไป”
เป็นอันว่าการจะไปพระนิพพานได้ ไม่ใช่มีความรู้มาก ต้องจิตสะอาดมาก ความสำคัญขณะที่ป่วยหนักหรือป่วยไม่หนักก็ตาม พอเริ่มป่วยถ้าคนมีจิตเป็นกุศลอยู่แล้ว เขาก็จับนิพพานแล้ว..”
