"..สมัยที่อาตมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลานั้นบรรดาท่านทั้งหลายเมตตาให้เห็นตัว โดยไม่ต้องใช้ฌานและญาณใดๆ ท่านเมตตามาก แม้เวลานี้ก็เช่นเดียวกัน อยากจะพบท่านองค์ใด ก็ใช้อารมณ์นึกเฉยๆ ตามที่ท่านบอกไว้ จึงพบท่านทุกขณะที่ต้องการพบ ที่วัดบางนมโคมีต้นตะเคียนสำคัญอยู่ ๒ ต้น กลางลานวัด ให้หวยเก่ง คนได้เลขหวยกันไปหลายคนแล้ว แต่ต้องขอให้ถูกระเบียบ เมื่อขอถูกระเบียบเป็นได้ผลทุกคน วันหนึ่งเวลาใกล้ตีสองบูชาพระเพื่อเตรียมตัวเจริญพระกรรมฐาน เห็นหญิงสาวสวย ๒ คนมานั่งข้างหน้า คนหนึ่งแต่งชุดสีชมพู อีกคนหนึ่งแต่งชุดสีทอง เธอทั้งสองมองหน้าแล้วยิ้ม ถามว่า "ท่านทั้งสองเป็นใคร" ท่านตอบว่า "ฉันทั้งสองเป็นรุกขเทวดาอยู่ที่ต้นตะเคียนทั้งสองนั่น ที่ชาวบ้านเรียกว่า นางตะเคียน"ถามท่านว่า "ท่านมาธุระอะไร" ท่านตอบว่า "มาบอกให้ทราบว่าทั้งสองนี้เคยเป็นแม่ของคุณในอดีตมาหลายชาติ ชาตินี้เป็นแม่รุกขเทวดา เพราะก่อนตายบุญใหญ่ทำไว้มาก เช่นสร้างพระพุทธรูป สร้างวัดและอาคารสาธารณะ ทอดกฐิน ถวายสังฆทาน สร้างรถถวายพระ สร้างเรือถวายพระ เป็นต้น บุญนี้ควรไปอยู่ชั้นนิมมานรดี แต่เมื่อใกล้ตายจากความเป็นคน แม่เห็นรุกขเทพธิดาท่านมาหา ท่านสวยมาก วิมานของท่านก็สวย ใจเลยรักเป็นเทพธิดา เมื่อจิตออกจากร่างก็เป็นรุกขเทพธิดา"
เมื่อหลวงพ่อปานมาอยู่ที่วัดนี้ ท่านท้าวมหาราชให้มาอยู่ที่ต้นตะเคียนนี้ เพื่อคอยช่วยงานหลวงพ่อปาน (มิน่าเล่าหลวงพ่อปานท่านจึงเกรงใจมาก แม้กิ่งเล็กๆ ก็ไม่ยอมให้ใครตัด) ท่านบอกว่า "เมื่อลูกมาอยู่ที่นี่ ตั้งใจช่วยพระศาสนาและช่วยตัวเองเรื่องทาน ศีล สมาธิ ปัญญา แม่ทั้งสองจึงมาบอกให้ทราบว่า แม่ทั้งสองคือแม่ ถ้ามีอะไรต้องการพบไม่ต้องใช้ฌาน นึกถึงแม่ แม่จะมาปรากฏตัวให้เห็นอย่างนี้ คุยกันได้อย่างนี้ จงจำไว้ว่าพวกคนวัด (ทายก) พวกเขามาก เขาได้รับประโยชน์ ของวัดเขาเอาไปบ้านเสมอ ส่วนลูกตรงไปตรงมาเขาจะเกลียด แต่ขอให้ตรงไปตรงมาก็แล้วกัน แม่จะช่วย มันจะบรรลัยไปเอง" ท่านพูดต่อไปอีกว่า "พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่อยู่ดาวดึงส์ท่านก็ช่วยเต็มที่อยู่แล้ว ให้นึกถึงท่านไว้เสมอๆ อีกไม่นานนักแม่จะหมดภารกิจที่นี่และหมดวาระเป็นเทพธิดา จะไปอยู่ดาวดึงส์ ถึงแม่ไปแล้วก็มาช่วยลูกได้ เพราะงานช่วยลูกเป็นงานของแม่โดยตรง" เมื่อท่านพูดจบท่านก็ยํ้าว่า "อย่าลืมนะแม่จะช่วยลูกทั้งๆ ที่ลูกขอร้องและไม่ขอร้อง" ท่านพูดแล้วท่านก็ลาไป.."
