“..อาตมากับเพื่อนอีก ๒ องค์ไปเทศน์ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เขานิมนต์เทศน์ ๒ วัน วันแรกไม่ทราบว่าจะเทศน์เรื่องอะไรดี เพราะเขาไม่ได้กำหนดเรื่องเทศน์ให้ ก็เลยเทศน์เรื่อง “ตายแล้วไปไหน” พูดถึงเรื่องทำบุญตายแล้วไปสู่สุคติ ทำบาปตายแล้วไปสู่ทุคติ พอเทศน์เสร็จมีหญิงชาวจีนคนหนึ่งถือพานดอกไม้ ธูปเทียนมาถวายแล้วถามว่า “เตี่ยของดิฉันตายแล้วเวลานี้ไปอยู่ที่ไหนเจ้าคะ” เมื่อฟังแล้วอาตมาก็คิดว่าสมัยเมื่อท่านเป็นฆราวาสพระเทศน์แบบนี้ชอบถามพระ ไอ้กรรมของตัวเองมันสนองเข้าแล้ว ความจริงถ้าจะบอกก็บอกได้ไม่ยาก แต่คิดว่าเราไม่ควรจะตอบเองจึงส่งให้พระที่เป็นหัวหน้าและเขาเป็นพระคุณาธิการ อยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บวชพรรษาเดียวกันเขาได้กสิณตั้งแต่เป็นเณร เลยบอกว่าไปประเคนองค์โน้น โยมก็ไปประเคน พระองค์นั้นก็คว้าดอกไม้ธูปเทียนมาแล้วก็บอกว่า “ขออนุญาตเข้าห้องสมุดสัก ๓ นาที” แล้วก็ลุกเข้าไปในห้องสมุดไม่ถึง ๓ นาที ก็ออกมาถามว่า “เตี่ยของโยมก่อนจะตายเป็นคนรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง ร่างกายมีกำลังดีและมีเสียงดัง ไม่ได้ไว้หนวดใช่ไหม”
โยมตอบว่า “ใช่เจ้าค่ะ” พระก็บอกว่า “ถ้า ๓ อย่างนี้ถูกก็เป็นอันว่าเตี่ยของโยมเวลานี้ไม่มีความสุข เพราะว่าการบำเพ็ญกุศลที่โยมทำไปไม่มีผลเลย” โยมก็ร้องไห้ถามว่า “ทำไม” พระก็บอกว่า “ผีมาบอกว่าการทำบุญของลูกไม่มีผลสำหรับผู้ตาย เพราะว่าเวลาทำบุญมุ่งปรารถนาคนเป็นสำคัญไม่ได้มุ่งปรารถนาผีที่ตาย เวลาทำไม่ได้แสดงคารวะในสิ่งที่เป็นบุญ ไม่ได้ตั้งใจทำบุญจริงๆ มัวห่วงแขกเหรื่อเสียมากกว่า และเวลาทำบุญก็เลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งกันเต็มที่ สิ่งที่เป็นบาปมากกว่าสิ่งที่เป็นบุญ เวลาพระให้ศีลลูกก็ไม่มีโอกาสที่จะสมาทานศีลโดยความเคารพเพราะห่วงแขกที่มา เวลาถวายทานก็ไม่มีการตั้งใจด้วยความเคารพ เวลาฟังเทศน์ก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเทศน์โดยความเคารพ เวลาที่บุญหลั่งไหลเข้ามาลูกไม่ได้ตั้งใจรับจึงไม่มีบุญ อุปมาคล้ายๆ กับฝนตกแต่เราไม่ได้เอาตุ่มเอาถังไปรองรับน้ำฝน แต่ไปรองในขณะที่ฝนหายตกแล้วจึงไม่เกิดประโยชน์ หรือเวลาฝนตกก็คิดว่าฝนจะหลั่งไหลลงมาเต็มตุ่ม แต่ทว่าตุ่มตั้งอยู่ภายในบ้าน ฝนไม่สามารถเข้าไปยังตุ่มน้ำได้ฉันใด เวลาที่ลูกทำบุญก็เหมือนกันไม่มีเวลาตั้งใจฟังพระสวดและสมาทานศีลด้วยความเคารพเพราะห่วงแขก ก็เลยไม่ได้บุญ
ผีเตี่ยบอกว่า “เวลานี้มีความหนาวมากได้รับทุกขเวทนามาก หิวโหยมาก” โยมถามว่า “เวลานี้เตี่ยอยู่สวรรค์หรือนรก” พระก็ตอบว่า “ไม่ได้ไปนรกหรอกแต่ก็อยู่เฉียดนรก ยังพอมีโอกาสจะได้รับโมทนาส่วนบุญได้” โยมก็หายจากการร้องไห้ถามว่า “จะทำบุญอะไรเตี่ยถึงจะได้รับ” พระก็บอกว่า “ผีเตี่ยบอกมาว่าให้จัดของถวายสังฆทานมีผ้าไตร ๑ ไตร กับพระพุทธรูปหน้าตักไม่น้อยกว่า ๕ นิ้ว ๑ องค์ โตกว่านั้นก็ได้แต่เล็กกว่านั้นไม่ได้ และเวลาอุทิศส่วนกุศลไม่ให้ว่ายาวๆ ตามที่เขาสอนกัน ให้ว่าเป็นภาษาของตัวเองจะว่าเป็นภาษาจีนหรือภาษาไทยก็ได้ ว่าตรงๆ ว่าผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำแล้วในคราวนี้คือ การบูชาพระรัตนตรัยก็ดี สมาทานศีลโดยความเคารพก็ดี ถวายทานมีพระพุทธรูปกับผ้าไตรจีวรสำหรับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา บุญทั้งหลายเหล่านี้จะพึงมีแก่ข้าพเจ้าเพียงใด ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เตี่ยของข้าพเจ้า เอ่ยชื่อนามสกุล ขอให้มาโมทนาและได้รับผลบุญคือประโยชน์และความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้”
พอรุ่งเช้าโยมก็จัดของทุกอย่างตามที่ผีเตี่ยบอกมาถวายเป็นสังฆทาน พอพระเทศน์จบโยมก็นำดอกไม้ธูปเทียนมาถวายแล้วถามว่า “เวลานี้เตี่ยสบายแล้วหรือยัง” พระองค์นั้นก็มองหน้าอาตมา ความจริงพระองค์นี้เขามีฤทธิ์อยู่นิดหนึ่งแต่ไม่ใช่ฤทธิ์ใหญ่ เขาก็มองไปมองมาหาคนแล้วบอกว่า “ประเดี๋ยวโยม จะทำอะไรให้ดู” ปรากฏว่ามีหญิงแก่ๆ นั่งอยู่ท้ายศาลาล้มตึงลงไปแล้วก็ลุกขึ้นมา วิ่งเข้ามาหาโยมที่เตี่ยตายแล้วประกาศว่าเป็นเตี่ยเรียกชื่อได้ถูกต้อง บอกว่าเตี่ยเก็บทองไว้ที่ตรงนั้นเอ็งยังค้นไม่พบ เงินที่เขากู้ไปยังมีอยู่ให้ไปดูหนังสือสัญญายังมีอยู่ และเล่าเรื่องราวตั้งแต่ลูกสาวเป็นเด็กๆ จนถึงเป็นสาว มีใครมารักบ้าง คนรักคนแรกไม่ได้แต่งงานกันเพียงแค่มาสู่ขอกันแล้วคนรักก็ตาย ต่อมาก็แต่งงานกับเพื่อนของคนรักที่มากับคนรักเสมอ โยมก็ก้มลงกราบเชื่อว่าเป็นเตี่ยแน่
ในที่สุดคนในศาลาที่มาฟังเทศน์ประมาณสักพันคนก็มานั่งล้อม อาตมาก็เลยให้คนแก่ที่ผี เตี่ยมาเข้านั่งเก้าอี้แล้วเอาไมโครโฟนเครื่องขยายเสียงไปตั้งใกล้ๆ เพื่อคนจะได้ยินกันถนัด ผีเตี่ยก็ประกาศว่า “การบำเพ็ญกุศลที่ลูกลงทุนไปตั้ง ๓ หมื่นเศษๆ ไม่มีประโยชน์สำหรับเตี่ยเลยเพราะไม่มีอะไรเป็นบุญ แต่บุญคราวนี้มีอานิสงส์มากคือการถวายสังฆทาน โดยทำเงียบๆ สิ่งที่เป็นบาปก็ไม่ได้ทำเลย แม้แต่ไข่ลูกเดียวก็ไม่ได้ทุบ ไม่เลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้ง ทำแบบชนิดเป็นบุญจริงๆ ผลบุญที่ลูกทำคราวนี้มีผลสมบูรณ์ ขณะนี้เตี่ยเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก และก็มีวิมานทองคำเป็นที่อยู่ มีนางฟ้าหนึ่งพันเป็นบริวาร” และได้ประกาศต่อไปว่า “การทำบุญของเจ้าภาพงานศพที่กำลังจัดอยู่ในวันนี้ก็เหมือนกัน การทำบุญทุกอย่างก็ถูกหมดตรงตามความเป็นบุญ แต่ทว่าผลของบุญน้อยไป พูดแล้วก็ชี้ไปทางห้องสมุดซึ่งมีม่านกั้นอยู่ แล้วบอกว่ามีเหล้าอยู่หลายลัง เหล้านี้เป็นบาปไม่ควรจะมีในเวลาทำบุญ เวลาทำบุญก็ควรจะตั้งใจทำบุญ เวลาเลี้ยงเพื่อนก็เลี้ยงต่างหาก ควรจะแยกกันเป็นคนละเวลา ทำบุญให้เป็นความดีให้เสร็จเสียก่อน ต่อไปค่อยทำความชั่วทีหลัง”
บังเอิญคนที่เป็นเจ้าภาพงานศพวันนี้ก็เป็นหลานของเตี่ยโยมผู้นี้เหมือนกัน เขาทำศพแม่เขารู้สึกว่าเป็นคนมีเงินมาก เจ้าภาพซึ่งเป็นหลานของผีเตี่ยก็ถามว่า “การทำบุญวันนี้แม่ได้รับผลอะไรบ้าง” ผีเตี่ยตอบว่า “แม่ไปนั่งร้องไห้อยู่ขอบวัด และการทำบุญวันนี้สิ้นเงินไปหลายหมื่น ไม่ได้มีประโยชน์กับผีที่ตายเลย ขอให้ทำใหม่ทำแบบที่ลูกสาวเตี่ยทำวันนี้” เจ้าภาพก็รับคำ พอเผาเสร็จวันรุ่งขึ้นก็มาถวายสังฆทานอีกครั้ง
เป็นอันว่าการเทศน์คราวนี้มีผลกับผีที่ตายได้รับความสุข..”
