“..วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ อาตมาไปที่สำนักท่านพระยายมราชเพื่อดูการตัดสิน เจ้า หน้าที่ได้เรียกชายไทยเข้ามา คนนี้ร่างใหญ่อ้วน ผิวดำ นุ่งกางเกงทำนาเก่ามาก หน้าตาอิดโรยมาก เมื่อเห็นอาตมาเข้าเธอมองไม่ยอมละ ท่านเจ้าหน้าที่ถามเธอถึง ๓ ครั้งว่า “เธอทำบาปอะไรมาบ้าง” เธอไม่ยอมฟังและไม่ยอมตอบ เธอมองอาตมา อย่างเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า “ทำบุญอะไรบ้าง” เธอพนมมือและชี้มาที่อาตมาแต่ไม่พูด ท่านลุงเลยบอกว่า “เอาให้ฉันนี่” เมื่อส่งมาให้แล้ว ท่านลุงก็ถามว่า “มองดูพระทำไม” เธอตอบว่า “เคยบวชพระมาหลายพรรษา” ท่านลุงจึงบอกให้พูดต่อไปให้จบ เธอบอกว่า “เมื่อบวชเป็นพระมีศีลดีพอสมควร สวดมนต์ทำวัตรเสมอ ไม่เคยเจริญภาวนา เคยให้ทานซื้อปลาปล่อย” พอพูดถึงปลา ปลายหลายชนิดโผล่หน้ามากันสลอนยืนยันว่าจริงตามนั้น เป็นปลาที่ถูกจับไปจะฆ่าบ้าง จะขายบ้าง แต่พระองค์นี้ซื้อมาปล่อยจึงมีความสุข เธอพูดต่อไปอีกว่า “เมื่อวาสนาความเป็นพระหมดก็ลาสิกขา(สึก) มาประกอบอาชีพทำไร่แถวเมืองสุพรรณบุรี มีภรรยา มีลูกหญิงชาย ฐานะยากจนมาก ต้องหาปลามาช่วยยังชีพ แต่ใจก็ยังสนใจบุญ บูชาพระเสมอ ใส่บาตรทุกวัน ฟังเทศน์บ้างไม่ฟังบ้าง ในที่สุดอายุ ๖๗ ปีก็ตาย” เธอพูดแล้วเธอก็นิ่งแต่ตาของเธอไม่ละจากอาตมา
ท่านลุงถามว่า “ก่อนเธอจะมาที่นี่เธอนึกถึงอะไร” เธอตอบว่า “นึกถึงภาพเมื่อเป็นพระเพราะสุขสบายมาก แต่เมื่อสึกออกมาแล้วก็ลำบากมากอยากบวชพระอีก แต่ก็ห่วงลูกห่วงเมีย ตอนตายเมื่อจะออกจากร่าง ภาพเมื่อเป็นพระจับอยู่ที่ใจ แต่มีเสียงดังโครมที่ฝาเรือนดังขึ้นมา ใจหายวาบภาพพระหาย มีภาพคนนุ่งแดง ๔ คนแทน เขาชวนให้มา รู้สึกเสียงเขามีอำนาจมาก” เขาพูดเรียบร้อยบอกว่า “ไปเถอะถึงเวลาแล้ว” เพียงเท่านี้ก็ตามเขามา ท่านลุงถามว่า “ทำไมมองพระไม่ละสายตา” เธอตอบว่า “เห็นภาพพระแล้วสบายใจ จะเอาผมไปทางไหนผมก็ยอมทุกอย่าง แต่ขอให้เห็นภาพพระก็แล้วกัน” ท่านลุงก็บอกว่า “เธอมองตามภาพนี้ เธอชอบที่ไหนจะไปที่นั่นได้” ท่านก็เห็นวิมานของภูมิเทวดา รุกขเทวดา จาตุมหาราช และดาวดึงส์ เธอมองแล้วเธอก็ถามว่า “วิมานทองหลังที่ไม่มีใครอยู่หลังนั้นผมไปอยู่ได้ไหม” ท่านลุงบอกว่า “ชั้นดาวดึงส์ วิมานของเธอเอง เธอไปอยู่ได้แล้ว” เมื่อเธอพ้นจากที่สอบสวนรูปร่างเธอเปลี่ยนเป็นเทวดาทันที เธอเข้ามาหาอาตมายกมือไหว้แล้วบอกว่า “เธอเห็นภาพนี้และได้ฟังเทศน์ทางโทรทัศน์หลายปีมาแล้วจำภาพได้ ขอบคุณที่มาช่วยผมขอรับ” พูดเสร็จเธอก็กราบแล้วท่านเทวทูตก็นำไปส่งที่วิมานชั้นดาวดึงส์..”
