“..วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๑ อาตมาขอเหาะตามท่าน พระโมคคัลลาน์ บ้าง (ตามพระไตรปิฎก) คืนหนึ่งท่านพระโมคคัลลาน์ท่านไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่านเห็นเทพบุตรคนหนึ่งมีนางเทพอัปสรเป็นบริวารห้อมล้อมมากมาย วิมานก็สวยสดงดงาม สวยกว่าวิมานของเทพธิดามนุษย์ขี้เหนียวมาก (ท่านโมทนาบุญอย่างเดียว) รัศมีกายก็สว่างมากกว่ายิ่งนัก หาเทวดาที่สว่างเท่านั้นยาก จึงขนานนามท่านผู้นี้ว่า อเณกวรรณเทพบุตร เมื่อพบแล้วถามท่านว่า “เมื่อเป็นมนุษย์ทำบุญอะไรไว้จึงมีบุญญาธิการขนาดนี้” ท่านเทพบุตรตอบว่า “เมื่อเป็นมนุษย์ผมเป็นสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า สุเมธ บวชอยู่ ๗ พรรษา ยังไม่ได้มรรคผล เมื่อพระศาสดานิพพานแล้ว มีความเลื่อมใสพระบรมธาตุของพระองค์เท่ากับพระพุทธเจ้า ได้ไหว้พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุเป็นปกติ ไม่มีการให้ทานเพราะจนไม่มีอะไรจะให้” อาตมาจึงให้ชื่อเรื่องนี้ว่า “พระจนไปสวรรค์” แต่ท่านชักชวนคนอื่นให้ทานและให้บูชาพระบรมธาตุโดยแนะนำว่าได้ยินและรู้มาว่า “คนที่บูชาพระบรมธาตุตายแล้วไปสวรรค์” การทำบุญเพียงเท่านี้เป็นเหตุให้ท่านได้อานิสงส์ตามที่ปรากฏนี้..”
