เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

“..ตอนที่อาตมามาอยู่ที่วัดท่าซุงใหม่ๆ นั้น มีลูกศิษย์รุ่นแรกอยู่ ๓ คนคือ โยมน้อย โยมพวง และโยมทองดี เป็นทายกทายี่กาประจำวัด เอากล้วย อ้อย ผักบ้าง ปลาบ้าง ส่งมาถวายเป็นประจำ ถ้าย้อนอดีตของ ๓ ท่านนี้ ขอดู จุตูปปาตญาณ ในสมัยพระยากาญจนบุรี (ท่านขุนแผน) เวลายกทัพต้องไปพักที่วัดจันทาราม (ท่าซุง) และทั้ง ๓ ท่านนี้ สมัยนั้นก็เป็นหัวหน้าเกณฑ์ชาวบ้านให้เอาอาหารมี ปลา เนื้อ ผัก มาให้กองทัพ สมัยนั้นชื่อวัดจันทารามมีชื่อเสียงมาก เพราะหลวงพ่อจันทร์ท่านเป็นพระยาและเป็นนักรบเก่ามาก่อน มาบวชอยู่ที่วัดนี้ได้ฝึกวิชาทหารให้แก่ชาวบ้านและมีผ้ายันต์แดง หนังเหนียวมาก ถ้าทหารที่ไปพักที่วัดท่านจะแจกผ้ายันต์สีแดง พอแจกเสร็จก็ให้แทงกันเดี๋ยวนั้นทั้งกองทัพ โดยถอดเสื้อก่อน พอมาชาติปัจจุบันนี้ ทั้ง ๓ ท่านมาเกิดก่อนอาตมา เวลาที่อาตมามาอยู่วัดท่าซุง ทั้ง ๓ ท่านก็มาเจริญพระกรรมฐานและเอาอาหารมีผัก ปลา มาถวายเป็นประจำ

โยมน้อย แก้วแดง มีความเข้มแข็งในทาน ศีล เจริญภาวนาครบทุกอย่าง และเจริญพระกรรมฐานเก่งมาก เวลานั้นก็เจริญพระกรรมฐานกันอยู่ ๓ คน เป็นประจำแน่นอน บางวันก็มีคนอื่นมาร่วมด้วยบ้าง ต่อมาโยมน้อยเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะ ก่อนที่อาตมาจะเข้ากรุงเทพฯ หนึ่งวันได้ไปเยี่ยมท่านที่บ้าน เห็นท่านนอนเฉยไม่แสดงอาการอะไรทั้งหมด ไม่เคยครางไม่เคยบ่น ถามว่า“โยมปวดไหม” ท่านตอบว่า “ปวดมากเจ้าค่ะ” ถามว่า “เวลานี้โยมนึกถึงอะไร” ก็ตอบว่า “นึกถึงพระนิพพานอย่างเดียวเจ้าค่ะ”  ถามว่า “โยมเห็นพระไหม ” ตอบว่า “เห็นเจ้าค่ะ” ถามว่า“เห็นรูปร่างเป็นอย่างไร” ตอบว่า “รูปร่างใส เป็นแก้ว” ถามว่า “พระองค์นั้นเป็นใคร โยมทราบไหม” ตอบว่า “ทราบ” ถามว่า “ใครล่ะ” ตอบว่า “พระพุทธเจ้า เจ้าค่ะ” บอกว่า “พรุ่งนี้อาตมาต้องไปกรุงเทพฯ เพราะว่าจะต้องไปสอนพระกรรมฐานที่บ้านซอยสายลมบ้านเจ้ากรมเสริม ศุขสวัสดิ์”  ท่านก็พยักหน้า อาตมาทราบแล้วว่าอีก ๒ วัน โยมน้อยจะตาย ที่ไม่ครางเลยเพราะจิตเป็นฌานจับพระนิพพานเป็นปกติ จึงบอกว่า “อย่าลืมพระนิพพานนะ” ท่านตอบว่า “ไม่ลืมเจ้าค่ะ เห็นเสมอเป็นปกติ ที่นิ่งไม่ครางเพราะจิตจับที่พระนิพพาน อารมณ์เป็นสุข”

เวลา ๒ ทุ่ม อาตมาสอนพระกรรมฐานที่บ้านซอยสายลมที่กรุงเทพฯ พอเริ่มอาตมาเห็นขบวนๆ หนึ่ง มีรถแก้วแพรวพราวเป็นระยับ มีขบวนนางฟ้า เทวดา และพรหมล้อมรอบ ลอยผ่านหน้า และได้ยินเสียงเรียก “หลวงพ่อเจ้าคะๆ ขอลาไปพระนิพพาน” พอกลับวัดโยมพวงมาเล่าให้ฟังว่า โยมน้อยตายตอนยามต้น ตอนนั้นโยมพวงกำลังนั่งเจริญพระกรรมฐานอยู่ เห็นภาพขบวนรถแห่โยมน้อยในอากาศลอยมาใกล้ผ่านหน้าเห็นชัดมาก มีเสียงตะโกนลงมาว่า “พวงเอ๊ย พวง นิพพานนะน้องนะ” จำได้แต่เสียงแต่ตัวจำไม่ได้เพราะสวยมาก โยมพวงบอกอาตมาว่า “ขี่เกวียนสวยเหลือเกิน แต่เกวียนไม่มีม้าเทียมไม่มีโคเทียม เป็นงอนข้างหน้ามีเทวดาลาก”

และคืนเดียวกันนั้นเองมีเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ในตลาดอุทัย ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยไม่เคยรู้จักกันเลย คืนนั้นเธอนอนฝันเห็นขบวนรถแห่โยมน้อยในอากาศชัดมากเหมือนที่โยมพวงเห็น เด็กคนนี้ไม่เคยมาที่วัดเลยบอกว่า “โยมน้อยนั่งเกวียนไปสวยมาก แพรวพราวเป็นระยับ มีเทวดา นางฟ้า มีพรหมล้อมรอบ” และได้บอกว่าจำได้แต่เสียงเพราะท่านสวยเหลือเกิน มีชฎาใส่ ทั้งตัวแพรวพราวไปหมด คนในขบวนที่มาก็มีสภาพเดียวกัน สวยพรรณนาไม่ไหว

เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ อาตมาไปพบโยมน้อย แก้วแดง กับคุณตานา ท่านแต่งตัวสวย ทั้งสองท่านมีความสุขไปนานแล้ว ท่านโยมน้อย แก้วแดง เป็นความหวังพระนิพพานในบรรดานักปฏิบัติชุดแรกที่อาตมาสอนพระกรรมฐาน ส่วนคุณตานา นั้นก่อนตายบูชาพระเจริญพระกรรมฐานเป็นปกติ เมื่อป่วยมากได้นิมนต์พระมาสวดพระปริตร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าต่อนาม เมื่อพระเริ่มสวดกราบพระเสร็จ กำลังฟังพระสวดก็ตายเวลานั้น..”


ห้องสมุดธรรมะ