พระบาลีว่า นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ การทำพระนิพพานให้แจ้งจัดว่าเป็นอุดมมงคล
นี่ การทำนิพพานให้แจ้งนี่ ก็ได้แก่การบำเพ็ญอริยสัจ คือ การพิจารณาทุกข์หาเหตุปัจจัยเข้าถึงความทุกข์ จนกระทั่งถึงขั้นนิพพิทาญาณ มีความเบื่อหน่ายในโลกทั้งหมด เขาทำยังไงมันถึงจะแจ้ง มีนิพพิทาญาณความเบื่อหน่ายในโลกทั้งหมด ไม่ว่าอะไรเป็นของโลก เห็นว่ามันไม่เป็นเรื่อง มันไม่มีการทรงตัว แล้วก็ย่องเข้าไปอีกที ถึงสังขารุเปกขาญาณ คือดับตัวเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปยุ่งกับชาวบ้าน เมื่อตัวเราคนเดียว แล้วมันก็เบื่อ ชาวบ้านเขาเอง นี่การทำพระนิพพานให้แจ้งเขาทำยังงี้แหละไม่ยาก มานั่งดูตัวเราว่ามันมีอะไรดีบ้าง ข้างในท้องทั้งหมด สะอาดหรือสกปรก ร่างกายทรงสภาพหรือมีการเปลี่ยนแปลง ดูเอาเองก็แล้วกัน ท่านผู้อ่านก็เป็นคนมีปัญญา ถ้ามองไม่เห็นก็นึกภาพว่าเมื่อเกิดมามันหน้าตาเท่านี้รึ มันโตเท่านี้รึ ถ้าโตเท่านี้ออกจากท้องแม่ไม่ได้ ดีไม่ดีเวลานี้ตัวท่านโตกว่าตัวแม่เสียอีก จะย่องเข้าไปอยู่ในท้องแม่ท่านได้ยังไง นี่ความไม่เที่ยงของโลกมันเป็นยังงี้ ตานี้ในเมื่อความไม่เที่ยงปรากฏ ร่างกายก็เต็มไปด้วยความสกปรก แล้วก็มีความทรุดโทรมไปตลอดเวลา ความจริงร่างกายนี่น่าเบื่อ ไม่ใช่น่ารัก
ทีนี้ ต่อไปก็มาว่ากันถึงตัวสุดท้าย คือ สังขารุเปกขาญาณ การทำพระนิพพานให้แจ้งก็มีอารมณ์วางเฉยในสังขารร่างกาย ร่างกายเราคนเดียว คนอื่นไม่ต้องไปยุ่ง เมื่อเราวางเฉยในร่างกายของเราได้แล้ว เราก็วางเฉยในร่างกายของบุคคลอื่นได้ การวางเฉยตัวนี้มันเฉยตรงไหน เฉยตรงที่มันเปลี่ยนแปลง มันทรุดโทรมอยู่ตลอดเวลา ก็มีความเข้าใจว่านี่ธรรมดาของร่างกายมันเป็นยังงี้ ตานี้ มันแก่ลงมา หูฝ้า ตาฟาง ก็ไม่ค่อยหนักใจมีอารมณ์สบายว่าธรรมดาของมันเป็นยังงี้ เวลามันพังลงไป ใจก็สบายว่าธรรมดาเขาเป็นอย่างนี้ วางเฉย เฉยเสียแล้ว ก็เฉยต่อไปอีก คนเขาตายแล้ว เขาอยากจะไปเกิดเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี กษัตริย์ อนุกษัตริย์ พระมหากษัตริย์ เจ้าโลก พระเจ้าจักรพรรดิ คนที่ทำพระนิพพานให้แจ้งเฉยเลย เฉยแม้แต่การเกิดก็ไม่ต้องการ เห็นว่ามันเป็นทุกข์ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ไม่ฝ่าฝืนกฎของธรรมดา เห็นว่าถ้าตราบใดขึ้นชื่อว่าถ้ายังมีความเกิด ยังทรงขันธ์ ๕ ตราบนั้นเราก็ไม่พ้นจากอำนาจของความทุกข์ ความสุขก็คือความดับ ดับจากอารมณ์ต้องการ คือความอยาก ได้แก่ตัณหา เลิกอยากมันเสียให้หมด ทำวางเฉยเสีย เท่านี้เราจะพบพระนิพพานได้ตั้งแต่ยังไม่ตาย พอจิตมันเฉยได้แล้วมันก็หมดทุกข์ ร่างกายมันทรุดโทรม ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา โรคภัยไข้เจ็บเกิดมาก็ถือว่าธรรมดาของมัน ไม่ช้ามันก็พัง ความตายจะเข้ามาถึงก็ธรรมดา พอตายไปแล้วเราไม่ต้องมาเกิดก็เลยถือเป็นธรรมดา ไปไหน ? ไปพระนิพพาน ความจริงการไปพระนิพพานนี่ เขาเทศน์กันยาวเหยียด ที่เทศน์กันยาวเหยียดนี่มันเข้าไม่ถึงพระนิพพาน ไม่ต้องไปนั่งไล่เบี้ยอะไรต่ออะไรอีก ตัดอยากเสียตัวเดียว ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาเสียตัวเดียว ทำใจวางเฉยในเมื่อกฎธรรมดามันเกิด ถือว่าธรรมดาของมัน เท่านี้อารมณ์ก็เข้าถึงพระนิพพานเข้าถึงยังไงเพราะตัววางเฉยเป็นตัวดับอารมณ์ ดับความจุ้นจ้าน ดับตัวเกาะ ไม่เห็นจะยากอะไร การไปนิพพานง่ายกว่าไปนรกตั้งเยอะ
อันนี้ว่ามาถึงมงคล ๓๔ แล้ว ตอนนี้ไม่ชวนใครละ จะไปก็ไป ไม่ไปก็แล้วไป ๚ะ
