เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

พระบาลีว่า อริยสจฺจานทสฺสนํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ การเห็นอริยสัจ จัดว่าเป็นอุดมมงคล

เอา แล้ว อริยแปลว่าประเสริฐ เมื่อตะกี้ให้นั่งดูพระสมณะทีแล้ว นี่มาให้นั่งดูของประเสริฐกันอีก ของบริสุทธิ์ ๆ อริยะแปลว่าบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ผ่องใส นี่ หมายถึงว่าไม่สกปรก ใครก็รู้ ไม่น่าจะมานั่งแปล ชาวบ้านรำคาญ ดันพูดไปได้ มันอยากจะพูดก็พูดซิ คนพูดไม่มีใครขัดคอ พูดคนเดียว 

นี่ การเห็นอริยสัจ แปลว่าการเห็นของบริสุทธิ์ มันดีหรือ สมมติว่าท่านเห็นเพชรน้ำหนึ่ง ใจสบายหรือไม่สบาย เห็นรถเก๋งคันงามที่มีสมรรถภาพในการใช้ดี ใจเป็นยังไง เห็นคนเขาดี มีจิตใจบริสุทธิ์โอบอ้อมอารี แสดงความเป็นมิตร มีความรู้สึกใจเป็นยังไง ใจสบายไหม ตอนนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า เห็นความบริสุทธิ์จัดว่าเป็นอุดมมงคล ความบริสุทธิ์มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง มานั่งนึกดู ในข้อนี้พระพุทธเจ้ากล่าวอริยสัจไว้ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค นี่ เราย่อง ๆ จะไปนิพพานกันแล้วนะ เดินมาเดินไป คลำไปคลำมา จะไปชนเอาพระนิพพานเข้าแล้ว การเห็นอริยสัจ คือ ความจริงที่พระอริยเจ้าเห็น แล้วก็เป็นพระอริยเจ้าได้นะ 

อริยสัจนี้ อริยะ สัจจะ ความจริงที่พระพุทธเจ้าท่านเห็นแล้วก็ทำตัวท่านเอง ให้เป็นพระอริยเจ้า เขาเห็นกันยังไง อันดับแรกก็เห็นทุกข์ พยายามคลำทุกข์ให้พบ ว่าการเกิดของเรานี่น่ะ มันมีความสุขหรือความทุกข์ กิน เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ นึกเอาเอง หิว เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การปวดอุจจาระ ปัสสาวะ เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ความแก่เฒ่าเกิดขึ้นกับเรา เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ความป่วยไข้ไม่สบายเกิดขึ้นแก่เรา เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การหาเงินไม่พอใช้ เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การมีสามีภรรยาต้องแสวงหาทรัพย์สินให้มากขึ้น ต้องเอาใจซึ่งกันและกัน เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การมีลูกหญิงลูกชายเกิดขึ้นมา เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การต้องหาเงินหาทอง หาปัจจัย หากำลังใจมา อบรมลูก มาเลี้ยงลูกมาบำรุงลูก เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ตามองไม่เห็น เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ปวดฟัน ฟันจะถอน ฟันจะโยก เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ แล้วอีตรงจะตายล่ะ ตรงจะตาย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ใครจะตายก็ช่างเถอะ ผัวตาย เราเป็นเมีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เมียตาย เราเป็นผัว เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ลูกตาย เราเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เอาแค่นี้ก็พอ นั่งคิดกันเอาเอง นี่ ของจริงที่มันมีในโลก ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นส่วนย่อ 

ทีนี้ ต่อไปการเห็นอริยสัจ สมุทัย สมุทัยนี่ท่านไม่ได้แปลว่าเป็นเชื้อชาติ ไม่ใช่สมุทของคนไทย ถ้าสมุทของฝรั่งใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ยังงั้น สมุทัยแปลว่าเหตุให้เกิดทุกข์ ท่านก็มาถามอีกว่า อะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ท่านก็ตอบของท่านเองว่า ตัณหา เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ตัณหาแปลว่าความอยาก อีตอนที่เราเกิดมานี่ไม่ต้องพูด เราไม่รู้ นึกไม่ออกว่าทำไมเราจึงเกิด ไม่ต้องพูดกัน ตอนเกิดมาแล้วนี่ซิ อยากกินอาหารอย่างนั้น อยากกินอาหารอย่างนี้ เห็นว่ามันดีเหลือเกิน เมื่ออยากแล้วก็ต้องไปจัดหามาไปซื้อมา ไปหาทรัพย์สินมา ไปแสวงหาอาหารมา การไปหามานี่ มันต้องเหนื่อย การเหน็ดเหนื่อย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ อยากมีผัวมีเมีย เมื่อยังไม่ได้ตามความประสงค์ จิตใจมันก็กลุ้มร้อน คิดว่าเขาจะไม่รักเราบ้าง หรือว่าเขารักเราแล้วผู้ใหญ่จะขัดคอเสียบ้าง อุปสรรคอื่นใดจะมาขัดขวางบ้าง ผู้ใหญ่เขาก็ไม่ขัดข้อง เจ้าตัวก็ไม่ขัดข้อง แต่เงินทองไม่มีจะไปแต่งงานกับเขา หรือว่าอยู่ครองกันเข้าแล้ว ไอ้ทรัพย์สินที่มันจะกินจะใช้ไม่พอ อาการอย่างนี้เกิดขึ้นมา ความอยากตัวนี้ มันเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ อยากรวยก็ต้องไปวิ่งหา ดีไม่ดีก็ต้องไปกู้เขามา ลงทุนให้มันมาก มีเท่านี้แล้วไม่พออยากจะต่อให้มันสูงหนัก เอาไปกู้ธนาคารบ้าง ไปกู้ชาวบ้านเขามาบ้าง เมื่อถึงเวลาเขาทวงก็ต้องเสียดอกเบี้ยให้เขา หาให้เขาไม่ทันก็วิ่งพล่านไป อันนี้เป็นอาการของความสุขหรือความทุกข์ นี่มันตัวอย่าง มันอยากนี่ เอาแค่นี้ก็พอ พูดไปก็รำคาญ นึกเอาก็แล้วกัน เรียกว่าความเหนื่อยยากต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เพราะอาศัยความอยากเป็นสำคัญ ถ้าเราไม่อยากมีผัว ไม่อยากมีเมีย ความทุกข์จากการมีผัวมีเมีย มันก็ไม่เกิด ถ้าเราไม่อยากมีลูก ก็ไม่แน่นักหรอก ไม่สร้างปัจจัยให้เกิดลูก ไอ้ความทุกข์ของลูกที่สร้างให้เกิดขึ้นมากับเรามันก็ไม่มี 

ทีนี้ ถ้าเราไม่อยากมันเสียให้หมด ไม่อยากแม้แต่การเกิด คือบำเพ็ญตบะตามมงคลที่ ๓๑ ประพฤติพรหมจรรย์ ตามมงคลที่ ๓๒ แล้วจะมีอะไรมาทุกข์ หมด สองมงคลนั่น เขาตัดความอยาก ทีนี้เมื่อพระพุทธเจ้าบอกบำเพ็ญตบะมาแล้วให้เห็นอริยสัจ นี่ท่านว่ามาตามตำรับแบบเบา ๆ ความจริงอริยสัจนี่มันเห็นมาตั้งแต่การบำเพ็ญตบะ มงคลข้อที่ ๓๑ แล้ว หรือดีไม่ดีก็มาตั้งแต่โน่น ข้อที่ ๒๙ การเห็นสมณะ ค่อย ๆ เห็นมานานแล้ว ถ้าจะย้อนไปอีกทีอย่างเล็ก ๆ ก็เห็นกันมาตั้งแต่มงคลข้อที่ ๑ คือการไม่คบคนพาล นี่ก็ชื่อว่าเห็นอริยสัจแล้ว แต่ว่าเห็นเบา ๆ มาตอนนี้พระพุทธเจ้าทรงเอาซุงมาส่งมาให้แล้ว เห็นว่ามีกำลังดี ให้มาไล่เบี้ยอริยสัจ เห็นทุกข์ เห็นเหตุให้เกิดทุกข์เพราะมีความเกิดเป็นปัจจัย ถ้าเรายังต้องการร่างกาย ยังต้องการขันธ์ ๕ เพียงใด เราก็มีทุกข์อย่างนี้ ว่ากันโดยย่อ 

ฉะนั้น องค์สมเด็จพระชินสีห์จึงตรัสว่า เตสังวู ปสโม สุโข การเข้าไปสงบกาย นั่นชื่อว่าเป็นสุข ทั้งนี้เพราะว่าอะไร เพราะว่าถ้าเราไม่มีร่างกายเสียอย่างเดียวมันก็เป็นสุข ถ้าเราไม่มีร่างกายปัจจัยเกิดทุกข์มันไม่มี นี่ ทุกข์ตัวนี้มันอาศัยร่างกายของเราเป็นสำคัญ การที่เราจะไม่มีร่างกายได้นั้น เราก็ต้องเห็นทุกข์ รู้เหตุของความทุกข์ แล้วก็ทำลายเหตุของความทุกข์ ทำลายความอยากมันเสียให้หมด ไม่ว่าอยากอะไร เลิกอยาก แม้แต่อยากรสอาหาร เราก็เลิกอยากมันจะมีอะไรกินก็ช่างมัน กินแล้วก็แก่เหมือนกันตายเหมือนกัน กินเพื่อยังอัตภาพให้เป็นไปมันก็หมดเรื่อง จะไปติดอะไรในรสอร่อย ไอ้เรื่องการสัมผัสน่ะ ชอบกันนัก ชอบกันจริง ๆ หาคู่สัมผัสเต็มไปด้วยความทุกข์ แต่เวลานี้ทุกข์ก็เพิ่มขึ้นอีกเยอะ ไน้ท์คลับต่าง ๆ เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดทุกข์ บางทีต้องกู้เงินกู้ทองเขาไปเข้าไน้ท์คลับ เอาเงินไปจ่ายเล่นโก้ ๆ แล้วก็มานั่งบ่นว่าเงินไม่พอใช้ นี่ก็เพราะเราอยากไป ถ้าเราไม่อยากไปมันเสียอย่างเดียวเงินมันก็ไม่หมด ทีนี้ก็มีอีกหลายเรื่อง อาหารที่บ้านมีกินถมไป ข้าวราดแกงนั่งยอง ๆ กินข้างถนนอิ่มเหมือนกัน ก๋วยเตี๋ยวหาบราคาไม่แพง อิ่มเหมือนกัน โน่น ต้องไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ไอ้ก๋วยเตี๋ยวจริง ๆ มันก็ไม่ได้ทำในเรือ หรือก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือก๋วยเตี๋ยวบกก็คนทำคนเดียวกัน แต่ต้องมีเรือมาวางไว้ก็ไปนั่งกินกัน อุปาทานคือตัวอยาก เห็นเรือเป็นปัจจัย เวลากินเข้าไปเงินมันก็แพงเกินธรรมดา เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เงินมันหมด แล้วมานั่งบ่นกันบอกว่าเงินไม่พอใช้ นี่ เป็นอันว่าความอยากตัวเดียว ที่เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์ ถ้าเราจะไม่อยากเสียเป็นยังไง เราไม่ต้องไปอยากมัน มีงานตามหน้าที่ก็ทำไป ทำความดีตามระเบียบ ไม่ต้องไปนั่งอยากเอา ๒ ขั้น ๓ ขั้น หรือมีการค้าการขาย ขายไปตามระเบียบ มันมีกำไรสักเท่าไร มันจะรวยสักเท่าไรก็ช่างมัน ทำใจให้สบาย มันก็ก้าวขึ้นไปเอง 

ตานี้ ถ้าหากว่าเราอยากมากเกินไป บางทีงานที่จะทำความดีเลยไม่ได้ทำ วิ่งไปประจบผู้บังคับบัญชา ไอ้งานมันก็คั่งค้างอยู่ นี่ตัวอยากตัวนี้เป็นปัจจัยให้เกิดความทุกข์ พอเขาเร่งรัดการงานเข้ามา คราวนี้ทำยังไง ล่อกันกลางคืนกลางวันไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะมัวไปประจบเจ้าประจบนายเสีย ว่าผมดียังงั้นผมดียังงี้ พอเขาจะมองเห็นความดีในผลงานขึ้นมาคราวนี้ไม่ไหว งานมันคั่งค้าง นี่ ความลำบากมันเป็นปัจจัยของความทุกข์ อยากรวยเกินไป มีทุนเท่านี้ไม่พอ ไปกู้เขามา สร้างฐานะให้มันดีมันเด่นขึ้น อีตอนสร้างนี่ไม่เป็นไร สำคัญอีตอนที่เขาทวงสตางค์เก็บดอกเบี้ย นี่มานั่งใจไม่สบาย ถ้าหากเราไม่อยากอย่างนี้จะเป็นยังไง มีทุนเท่าไรก็ทำไปเท่านั้น หมุนไปตามรูปตามร่าง ทำใจให้สบายผลมันก็เกิดเสมอกัน อย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ถ้าเว้นจากตัว "อยาก" เสียได้มันก็ไม่มีทุกข์ เป็นอันว่าตัวทุกข์เกิดจากความอยาก เป็นอันว่าการเห็นอริยสัจมีความเห็นว่า ๑.ทุกข์มีจริง ความทุกข์มีขึ้นมาได้เพราะอาศัยความอยากเป็นปัจจัย หาเหตุระงับความอยากต่อไป ก็ไม่ยากนี่ ก็ว่ากันมาตั้งแต่มงคลที่ ๓๑ แล้ว ตบะ ว่ากันตามนั้นแหละมันทำลายความอยากลงไปเอง นี่มงคลข้อนี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์สอน จะย่องเข้านิพพานอยู่แล้ว สูงจัง อยากจะสูงก็สูงไปซี ก็เพราะเป็นขั้นสูงนี่ ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ