อาตมาไปพักที่บ้านรับรองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ตอนกลางคืนนอนพักผ่อน ก็ปรากฏว่ามีแขกมาเยี่ยม ท่านผู้นี้เป็นผู้ชายหน้าตาดีมาก รูปร่างสวยสดงดงาม ร่างกายท้วมๆ เนื้อเต็มผิวขาว แต่งตัวดี มีอารมณ์สดชื่น จึงถามว่า

หลวงพ่อ  :   "เป็นใคร"

ภุมเทวดา  :   "เป็นภุมเทวดาอยู่ที่นี่"

หลวงพ่อ  :   "เวลานี้เจ้าหน้าที่องค์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของจังหวัดอยู่ที่ตรงนี้ ขอให้สงเคราะห์ด้วยช่วยรักษาให้มีความสุข"

ภุมเทวดา  :   "ทุกคนมีความเคารพดีมาก ไม่เป็นไรถ้าไม่มีเหตุเกินสุดวิสัย จะช่วยให้มีความสุข" ท่านรับรองด้วยดี

หลวงพ่อ  :   "การที่จะมีบุญมาเป็นเทวดารักษาที่นี่ได้ ทำบุญอะไรไว้"

ภุมเทวดา  :   "จะมาถามผมทำไม ถามผมแบบนี้ผมก็อายแย่น่ะซิ"

หลวงพ่อ  :   "จะไปอายทำไมในเมื่อเราสร้างความดี เพราะการเป็นเทวดาชั้นเล็กก็ยังดีกว่ามนุษย์ชั้นใหญ่ๆ เพราะเทวดามีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นทิพย์ มีความสุขเพราะอาศัยทิพยสมบัติ"

ภุมเทวดา : "เมื่อท่านเห็นว่าดีผมก็จะบอก ก่อนที่ผมจะตายตอนนั้นไม่ได้ทำบุญอะไรใหญ่ แต่ว่ามีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีการใส่บาตรบ้าง  มีการฟังเทศน์บ้าง มีการให้ทานบ้างพอสมควร แต่ว่ากำลังใจในการทำบุญนี้ รู้สึกว่าเป็นเรื่องของประเพณีเป็นส่วนมาก แต่จิตใจนั้นก็เคารพในพระสงฆ์อยู่ เพราะพระสงฆ์ในสมัยนั้นมีจริยาวัตรดี อาศัยความดีที่ทำนี้ เวลาตายแล้วก็ไปเกิดเป็นภุมเทวดา ความจริงแล้วการใส่บาตรแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาน่าจะเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก แต่ทว่ากำลังใจของท่านในการใส่บาตรนั้นใส่ด้วยความเคารพก็จริงแต่ทำเป็นประเพณีเสียมากกว่า รักษาตามประเพณีที่พ่อแม่ ปูย่า ตายายแนะ นำ เวลาตายไปก็เลยมาเกิดเป็น "ภุมเทวดา"

หลวงพ่อ  :   "ก็ยังดี"

พอตอนเช้าเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำอาหารมาถวาย เมื่อถวายแล้วก็ถามว่า

เจ้าหน้าที่  :   "ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ"

หลวงพ่อ  :   "ดีนี่ เทวดาเขาใจดีมาก พวกคุณเคารพท่านอยู่เสมอมิใช่หรือ เห็นท่านบอกว่าพวกคุณเคารพในท่านดี ท่านก็ดีใจ"

เจ้าหน้าที่  :   "ได้ตั้งศาลให้ท่านอยู่ตรงโน้น และพวกเราทุกคนก็พากันเคารพบูชา ทุกคนก็บอกว่าเทวดาที่นี่รู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพของประชาชน"

หลวงพ่อ  :   "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกคุณก็พากันมีความเคารพนับถือในท่าน กราบไหว้ท่านจัดว่าเป็น "เทวตานุสสติกรรมฐาน" การระลึกนึกถึงความดีของเทวดานี้ถือว่ามีความสำคัญ ดังนั้นเวลาไปไหว้ท่านละก็ อย่าไปใช้ท่านอย่างเดียว บูชาความดีของท่านด้วย"

เจ้าหน้าที่  :   "บูชาความดีเทวดาทำอย่างไรครับ"

หลวงพ่อ : "เทวดาทุกองค์ก่อนที่จะมาเกิดเป็นเทวดานี่ ต้องมีหิริและโอตตัปปะ หิริ แปลว่า อายความชั่ว โอตตัปปะ แปลว่า เกรงกลังผลของความชั่วจะลงโทษ คนที่อายความชั่วและเกรงกลัวผลของความชั่ว จึงจะเกิดเป็นเทวดาได้ ดังนั้นเวลาที่ไปบูชากราบไหว้เทวดา ก็จงบูชาความดีของท่านด้วย โดยที่เราจะไม่ทำความชั่วทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง เราจะอายความชั่วหมายถึงอายความประพฤติการปฏิบัติที่เราทำไม่ใช่อายคน ถ้าสิ่งใดที่เป็นความชั่วเราจะไม่ทำ เราจะทำแต่ความดีอย่างเดียว เพียงเท่านี้เทวดาก็จะช่วยพวกคุณได้มาก"

เจ้าหน้าที่  :   "ถ้าหากว่าผมจะขอให้เทวดาท่านช่วยป้องกันอันตราย คือทรัพย์สินทั้งหลายของหลวงที่องค์การไฟฟ้ามีอยู่ อาจจะมีขโมยมาลักขโมย ท่านจะช่วยได้ไหมครับ"

หลวงพ่อ : "เรื่องนี้อาจจะเกินวิสัยอยู่บ้างก็ได้ เพราะเรื่องกฎของกรรมหรือเรื่องคนทำความชั่วนี่ เทวดากันไม่ค่อยได้เหมือนกัน ท่านเลยแนะนำให้ทำดังนี้ ให้คุณป้องกันด้วยแล้วขอให้เทวดาท่านช่วยด้วย เวลาใครจะมาลักมาขโมยก็ขอให้เทวดาท่านดลใจให้เกิดอาการสงสัยว่าของทั้งหลายอาจจะหายไป เท่านี้เทวดาก็จะช่วยได้คือช่วยให้รู้สึกสงสัยจะไปเกณฑ์ให้เทวดายืนอยู่ยามตลอดกาลตลอดสมัยก็แย่เหมือนกัน"