“..มีผู้หญิงคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า ลูกชายแทงตัวเองตายถึง ๗ แผล คิดไม่ออกว่าทำไมไม่เจ็บ อาตมาก็ตอบให้ผู้หญิงคนนี้ฟังว่า ตามธรรมดาอย่าว่าแต่มีดพกแทงเข้าไปเลย แค่เข็มจิ้มเข้าไปก็ไม่ไหวแล้ว หมดแรงที่จะแทงถึง ๗ แผล เราก็นึกว่าถึงวาระเขาแล้วก็แล้วกัน ความจริงคนนี้ลักษณะเขาเป็นคนดี ต้องถือว่าเป็นกฎของกรรมเดิมเข้ามาสนอง เรื่องโกรธเคืองใคร น้อยใจใครขนาดที่จะฆ่าตัวตายนั้น เขาบอกว่าไม่มี เขาทำภาพให้ดู เขาเป็นคนดี ไม่ใช่คนกินเหล้าเมายาหยำเปจนไร้สติ กินก็กินบ้างเป็นของธรรมดา ตามปกติแล้วเป็นคนเฉยๆ ไม่พูดมาก
แม่ตอบว่า “ใช่ค่ะ พูดแต่พูดไม่มาก” ถ้าไม่เมาพูดกับใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี ไม่ใช่คนเกกมะเหรกเกเร และก็เขาก็บอกว่า “มันเป็นกฎของกรรม ที่ผมแทงตัวเองนี่ ผมนึกว่าผมแทงข้าศึก แทงศัตรู” เขาทำท่าให้ดูไม่ต้องไปดูที่ไหน เขายืนอยู่ข้างแม่เขา
อาตมาก็เลยถามว่า “จะเอาอะไร”
อานิสงส์ของการถวายสังฆทาน
เขาก็บอกว่า ขอพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง ๔ นิ้วหรือ ๕ นิ้วก็ได้ ๑ องค์ จะเป็นพระพุทธรูปโลหะหรือพระพุทธรูปปั้นก็ได้ ผ้าไตร ๑ ไตร อาหารตามสมควร ขอนํ้าดื่มสัก ๑ ขวด จะเป็นนํ้าดื่มธรรมดาหรือจะเป็นนํ้าเป๊ปซี่โคล่าอะไรก็ได้ ถวายเป็นสังฆทาน และให้อุทิศส่วนกุศลเจาะจงออกชื่อเขาตรงๆ เลย ให้เฉพาะเขาคนเดียว เขาจะได้รับเต็มที่และเขาจะมีความสุข เพราะอานิสงส์มีดังนี้คือ
การถวายพระพุทธรูป ถ้าเป็นเทวดาจะมีรัศมีกายสว่างมาก
การถวายผ้าไตรจีวร ได้เครื่องประดับอันเป็นทิพย์
การถวายอาหาร ทำให้มีร่างกายเป็นทิพย์
การที่ขอนํ้า ๑ ขวดนั้น จะได้บริบูรณ์ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีนํ้ากิน และนํ้านี้มีอานิสงส์จะได้สระโบกขรณี เทวดามักจะถือเอาสระโบกขรณีเป็นจุดเด่น ถ้าวิมานไหนไม่มีสระโบกขรณี จะถือว่าวิมานนั้นด้อยกว่าเขา