“..วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๑ เวลา ๓.๐๐ น. หลังจากเดินจงกรมแล้ว จึงหยิบหนังสือพระไตรปิฎกมาอ่าน พอเปิดก็พบวิมานวัตถุพอดี  อ่านดูแล้วคิดว่าดี  ท่านอ้างว่าเป็นปฏิปทาของ พระโมคคัลลาน์ เรื่องการเที่ยวสวรรค์  นรกนี้เป็นปกติธรรมดาของทุกท่านที่ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ถ้ามุ่งเอาจริงตาม อิทธิบาท ๔ แล้วไม่พ้นความสามารถ ท่านเขียนไว้อย่างนี้

ท่านพระโมคคัลลาน์ท่านไปสวรรค์ ท่านไปพบเทพธิดาองค์หนึ่ง ร่างกายเธอมีแสงสว่างไปทั่วจักรวาล มีสวนมะม่วงรื่นรมย์ เป็นสวนที่มีต้นมะม่วงแพรวพราวสว่างไสวมากเหมือนเอาเพชรมาประดับไว้ ภายในสวนมีวิมานใหญ่  มีโคมดวงใหญ่สว่างไสวมาก  มีเสียงดนตรีและนางเทพอัปสรมาก  ท่านโมคคัลลาน์ถามนางฟ้าองค์นี้ว่า “อยากทราบว่าเมื่อเป็นมนุษย์  เธอทำบุญอะไรไว้จึงมีทิพยสมบัติประเสริฐอย่างนี้” เธอตอบว่า “สมัยเป็นมนุษย์ ฉันมีจิตเลื่อมใสได้สร้างวิหารถวายสงฆ์แล้วปลูกต้นมะม่วงล้อมวิหารนั้น  (วิหารคือ  กุฏิใหญ่)  เมื่อสร้างเสร็จจึงฉลองล้อมต้นมะม่วงด้วยผ้า เอาผ้าทำเป็นผลมะม่วงแล้วประดับด้วยโคมไฟไว้ที่ต้นมะม่วง นิมนต์พระมาฉันภัตตาหาร  แล้วถวายวิหารแด่พระสงฆ์  ด้วยบุญเพียงเท่านี้จึงมีสวนมะม่วงน่ารื่นรมย์  มีวิมานใหญ่กว้างขวางในสวนมะม่วงนั้น  มีเสียงกึกก้องด้วยเสียงดนตรี  และเกลื่อนกล่นด้วยนางเทพอัปสร  และวิมานนี้มีประทีปดวงใหญ่ประจำ  มีแสงสว่างไสวมากเพราะถวายแสงสว่าง  ด้วยบุญแบบนี้ฉันจึงมีวรรณะคือ  ผิวงามและแสงสว่างออกจากกายไปทั่วทุกทิศ”

ที่อาตมาเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะเห็นว่าทุกท่านทำบุญอย่างนี้แล้ว  จึงต้องการให้ทราบอานิสงส์ที่จะพึงได้  เมื่อยังไปพระนิพพานไม่ได้ก็ จะได้ทราบว่ามีที่พักบนสวรรค์น่ารื่นรมย์ใจอย่างนี้  แต่ทางที่ดีควรไปพระนิพพานดีกว่า  ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดพบกับความทุกข์อีกต่อไป..