เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

 "..เมื่อปี ๒๕๐๘ หลวงพ่อสำเภา อยู่วัดสะพาน ตรงข้ามกับจังหวัดชัยนาท ท่านเป็นหมอรักษาโรค เป็นพระที่มีรายได้ดี หมายความว่าท่านไม่ได้คิดเงินคิดทอง แต่คนโน้นให้บ้าง คนนี้ให้บ้าง เวลานั้นค่าของเงินสูง ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๒๐ สตางค์ วันหนึ่งท่านได้ประมาณ ๘๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ บ้าง ๒,๐๐๐ บ้างก็มี หลวงพ่อสำเภาท่านมีความต้องการจะหาพระมาสอนพระกรรมฐาน ก็ให้คุณเสริมศรี ส่งศิริมาติดต่อ ทีแรกก็ไปเช้าแล้ววันรุ่งขึ้นก็กลับ ต่อมาท่านนิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดท่าน จึงไปจำพรรษาที่นั่นช่วยสอนพระกรรมฐาน ก็พอดีได้ตำรา "มโนมยิทธิ" ของท่านอาจารย์สุข ซึ่งเป็นวิชาที่ง่ายที่สุดมาสอน เป็นการสอนเต็มกำลัง ไม่เกิน ๑๐ นาทีทุกคนสามารถท่องเที่ยวไปตามภพต่างๆ แบบสบายๆ ไปเป็นหมู่เป็นกลุ่มก็ได้

หลวงพ่อสำเภาท่านเป็นโรคชนิดหนึ่งคือ เวลาเป็นขึ้นมามันแน่นเสียดหน้าอก มันแน่นถึงกับทะลึ่ง วันหนึ่งหลวงพ่อกำลังนอนอยู่ ท่านพระยายมราชท่านมาบอกว่า

"โรคอย่างท่านสำเภานี่ ผมมีคาถาจะรักษา แต่คาถานี้รักษาโรคไม่หายนะ กันไม่ให้ตายก็ไม่ได้ แต่สามารถระงับทุกขเวทนาได้ ถ้ามีทุกขเวทนาหนักๆ อย่างท่านสำเภานี่ คุณไปเป่าที่หัว ประเดี๋ยวเดียวก็ระงับ คาถานี้ให้ว่า "นะโมพุทธายะ" เวลาก่อนจะว่าให้นึกถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์เสียก่อนและนึกถึงท่านพระยายมราชด้วย"

ต่อมาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลวงพ่อสำเภาท่านก็ป่วย ท่านแช่ม ที่เป็นลูกศิษย์ก็วิ่งมา บอกว่า "หลวงพ่อสำเภาป่วย กำลังทะลึ่งพรวดๆ" พอเข้าไปถึงเห็นเข้าก็ตกใจ ท่านแน่นหน้าอกเสียดจนทะลึ่งพรวดๆ ขึ้นมา ก็เลยช่วยกันจับเอาศีรษะท่านมาวางบนตักแล้วก็เป่าโดยนึกในใจ อาตมาบอกท่านแช่มจุดธูป ๕ ดอก บอกท่านพระยายมราช อาตมาก็นึกในใจเฉยๆ แต่ไม่ได้เป่าพรวดๆ พอเริ่มนึกในใจเพียงแค่วินาทีเดียว อาการทุกขเวทนาของท่านก็หยุด ท่านนอนสงบ อาตมาก็ให้นอนอย่างนั้นและนึกเป่าในใจอยู่อย่างนั้นประมาณสักครึ่งชั่วโมง เห็นท่านสงบสงัดดีแล้ว ก็ค่อยๆ เอาศีรษะวางบนหมอนแล้วลุกมาข้างนอกประเดี๋ยวเดียว มีเสียงว๊ากอีกแล้วทะลึ่งพรวดอีกแล้ว จึงกลับเข้าไปใหม่ ทีนี้เป่าไม่เลิก 

คือไม่ได้เป่าพรวดๆ นึกในใจเฉยๆ ว่า "นะโมพุทธายะ" ว่าช้าๆ สบายๆ นึกถึงพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์และนึกถึงท่านพระยายมราชด้วย ขอให้ระงับทุกขเวทนา

ต่อมาถึงเวลาใกล้จะเพล ท่านสำเภาลืมตาขึ้นมาถามว่า "เหลือเวลาอีกกี่นาทีจะเพลครับ" ท่านพูดเสียงเป็นปกติ แหงนดูนาฬิกาก็เลยบอกท่านว่า "เวลานี้เหลือ ๓ นาทีจะเพลแล้วครับ" ท่านก็บอกว่า "ถ้าเพลแล้วผมขอลาครับ" พอเสียงตีกลองเพลตึงๆ ๆ ปรากฏว่าหลวงพ่อสำเภาลืมตาปั๊บแล้วก็หลับตาปั๊บ ตายไปเลย

เป็นอันว่าคาถาบทนี้อาตมาไม่หวงนะ ถ้าท่านผู้ใดต้องการจะระงับทุกขเวทนาของใครที่ป่วยไข้ไม่สบายมีทุกขเวทนามาก ให้จุดธูป ๕ ดอก จุดเทียน ๑ เล่ม ถ้ามีดอกไม้ก็ใช้ด้วย ถ้าบังเอิญในสถานที่นั้นไม่มีธูป ไม่มีเทียน ไม่มีดอกไม้ ก็ไม่เป็นไร ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ ถึงแม้สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยท่านยังไม่เป็นพระพุทธเจ้าก็ตาม แต่ทว่าต่อไปจะเป็นพระพุทธเจ้า และให้นึกถึงท่านพระยายมราชด้วย แล้วเป่าที่ศีรษะ นั่งทางด้านเหนือศีรษะของผู้ป่วย นึกขอให้ทุกขเวทนาระงับไป และจงอย่าลืมว่าคาถาบทนี้รักษาโรคไม่หาย กันตายก็ไม่ได้ แต่ว่าระงับทุกขเวทนาได้.."


ห้องสมุดธรรมะ