เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

 "..พระทรงสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าคุณ วัดอยู่ฝั่งพระนคร ที่ท่านยายกับท่านแม่ชอบนิมนต์มาเทศน์ และก็เป็นพระองค์เดียวกับที่ท่านว่าเรื่องนรกที่อาตมานำมาเล่าให้ท่านยายฟัง เป็นเรื่องโกหกพกลม ท่านบอกว่า "บวชพระมา ๓๐ ปีเศษแล้วไม่เคยเห็นนรกสักนิด" อาตมาจึงไม่เคารพท่าน เนื่องจากท่านยายชอบฟังเรื่องคนตกนรกว่าเขาทำผิดอะไรมาจึงลงนรก อาตมาก็เลยต้องไปดูนรกเป็นประจำ เมื่อทราบข่าวท่านเจ้าคุณตาย ท่านยายไปเยี่ยมศพ อาตมานั่งเล่นที่ชานบ้านซึ่งอยู่ริมนํ้า มีลมพัดเย็นสบาย ใจก็เลยคิดว่า ท่านเจ้าคุณตายแล้ว ท่านจะไปอยู่ที่ไหน จะไปถามท่านลุงดู อาตมาจึงนึกถึงพระองค์ยิ้ม รูปสวย องค์ที่เคยมาหา พอภาวนาว่า "พุทโธ" ๓ คำ ท่านก็มาหาและยิ้ม จึงกราบเรียนท่านว่า "ผมอยากไปดูนรก" ท่านยิ้มอีกครั้ง ปรากฏว่าอาตมาอยู่บนยอดเขาที่เคยไป เมื่อไปถึงก็นึกถึงท่านลุง ท่านลุงก็มาหาถามว่า "หลานต้องพบทำไม" บอกท่านว่า "ได้ข่าวพระตาย ๑ องค์มีชื่อว่า......." ท่านลุงก็บอกว่า "เขาตัดสินแล้วขณะนี้อยู่ในอเวจีมหานรก" ถามท่านอีกว่า "พระตกนรกด้วยหรือ" ท่านตอบว่า "พระตกนรกเป็นประจำ เพราะพระบวชแล้วไม่ทำตัวเป็นพระ ก็ต้องตกนรก" ถามท่านว่า "พระเทศน์สอนชาวบ้านเรื่องนรกสวรรค์ได้ ทำไมต้องตกนรก" ท่านตอบว่า "ก็พระดีแต่สอนชาวบ้านแต่ตัวเองไม่ได้ปฏิบัติตนตามที่สอนเขา บอกให้คนอื่นทำดีแต่ตัวไม่ทำด้วย พระอย่างนี้ลงนรกหมด และก็มีโทษหนักมาก"

อาตมาบอกท่านลุงว่า "ผมอยากเห็นท่านเจ้าคุณ"

ท่านยกมือขึ้นเท่านั้นเอง ก็ปรากฏว่าภาพอเวจีมหานรกมาปรากฏใกล้ตัวท่น และภาพท่านเจ้าคุณปรากฏดังนี้

๑) ยืนกางแขน มีหอกปักจากเพดานเหล็กด้านบน ปักติดอยู่ที่มือทั้งสองข้าง ปลายด้ามหอกติดเพดาน หัวหอกติดพื้นเหล็กด้านล่างที่เป็นพื้น

๒) มีหอกปักด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ตรงหัวสลับกัน ส่วนหอกด้านปลายและด้ามตรึงติดกำแพงเหล็ก

เป็นอันว่ามีหอกปักตรึงจนขยับเขยื้อนไม่ไหว และมีเปลวไฟละเอียดร้อนมากกว่านรกทุกขุม พุ่งมาเผาตลอดเวลา

ถามท่านลุงว่า "ท่านเจ้าคุณมีโทษอะไร" ท่านลุงเรียกให้ท่านเจ้าคุณขึ้นมาหา ปรากฏว่าเครื่องพันธนาการหลุดหมด ไฟดับ ท่านเดินขึ้นมาเห็นอาตมาเข้า ท่านกล่าว "ขออภัย" ท่านลุงบอกว่า "การขออภัยขณะนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะโทษที่เหยียดหยามผู้ทรงฌานถูกตัดสินแล้ว" ท่านเจ้าคุณบรรยายเรื่องที่ท่านทำผิดเมื่อตายแล้วลงอเวจีมหานรกให้ฟังดังนี้

๑) เมื่อบวชแล้วไม่สนใจในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ สมถะ วิปัสสนา ไม่เคยสนใจ ผิดความหมายของพระ ด้วยพระเป็นสรณะที่พึ่งระดับ ๑ ใน ๓ ระดับ เมื่อทำตนไม่สมควรเป็นพระจัดเป็นความผิด คือเป็นคนลวงโลก หลอกชาวบ้านว่าเป็นพระ เอาเปรียบชาวบ้าน

๒) ศึกษาพระปริยัติธรรมแล้ว ไม่ยอมประพฤติตามธรรม มุ่งเอาความรู้ไปสอนชาวบ้าน เป็นทางนำทรัพย์สินให้เกิดแก่ตน ไม่เคยนำทรัพย์สินนั้นๆ ไปสงเคราะห์ส่วนสาธารณประโยชน์หรือบำรุงพระศาสนา เอาไปซื้อที่ดิน ซื้อทอง ให้กู้ อันเป็นวิสัยของฆราวาส พระท่านห้ามไม่ให้ทำแต่ฝืนทำ

๓) เมื่อมีทรัพย์ก็มีความทะเยอทะยานอยากได้ยศ เมื่อมียศแล้วก็เมายศ คิดว่าตัววิเศษ แม้แต่ผู้ทรงฌาน ท่านพูดแล้วก็ชี้มาที่อาตมา ก็ยังกล้าคัดค้านเหยียดหยาม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาโดยตรง

๔) ในฐานะที่ท่านเป็นพระทรงสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ เมื่อเป็นพระมีศักดิ์ใหญ่ อำนาจก็ต้องใหญ่ มีลูกน้องใต้บังคับบัญชาก็มาก ใครอยากได้ยศได้ตำแหน่งก็ต้องเสียเงินตามอัตรา เวลามาขอยศขอตำแหน่ง ก็ต้องหาพานมาประเคนมีแบงก์ใบใหญ่ๆ เวลานิมนต์เทศน์ต้องติดเงินก้อนใหญ่ๆ ท่านก็เลยกลายเป็นพระมหาเศรษฐีใหญ่ มีลูกหนี้ใหญ่ๆ คือมีเงินให้กู้มากๆ มีทองจำนำเส้นใหญ่ๆ มีกระเป๋าใส่เงินใบใหญ่ๆ ก็เลยตกนรกขุมใหญ่ มีความทุกข์ทรมานใหญ่

อาตมาถามท่านเจ้าคุณว่า "ขณะนี้มีทรัพย์สินอะไรที่พอจะเป็นเครื่องยืนยันบ้าง"

ท่านตอบว่า "ตามที่คณะกรรมการสำรวจสิ่งของที่ได้แล้วขณะนี้ มีดังนี้

๑) มีเงินสดอยู่ ๗๓,๐๓๒.๗๕ บาท

๒) ทองคำที่รับจำนำไว้ ๓๕ บาท

๓) ทองคำที่ซื้อไว้เองเพื่อเตรียมหมั้นสาวน้อย เจ้าของร้านขายของมีนํ้าหนัก ๕๐ บาท

๔) ของที่คณะกรรมการตรวจพบไม่ได้ คือเงินที่ชาวบ้านกู้ไปอีก ๔ หมื่นบาทเศษ อันนี้ไม่มีหลักฐาน"

อาตมาถามท่านเจ้าคุณว่า "ของที่ว่ามีขณะนี้อยู่ที่ไหน"

ท่านตอบว่า "คณะกรรมการควบคุมไว้"

ถามท่านอีกว่า "วันนี้คุณยายไปเยี่ยมศพท่าน คุณยายจะทราบเรื่องนี้ไหม"

ท่านตอบว่า "ทราบ เพราะกรรมการเขียนทรัพย์สินที่ค้นได้ใส่แผ่นกระดาษประกาศไว้"

๕) ที่เป็นกรรมหนักก็ในฐานะที่ท่านเป็นพระปลอม คือบวชแต่ตัวและมัวเมาในลาภ ยศ สรรเสริญ และกามสุข มีพระที่มีศีลบริสุทธิ์บ้าง มีสมาธิตั้งมั่นบ้าง มีวิปัสสนาดีเป็นพระอริยเจ้ามาไหว้ท่าน ท่านก็เลยทำใหญ่ในฐานะเป็นเจ้าคุณ กรรมข้อนี้อีกข้อหนึ่งที่ทำให้ท่านลงอเวจีมหานรก

เมื่ออาตมาได้เรื่องแล้วก็ดีใจมาก ลาท่านลุงกลับบ้าน เมื่อคุณยายกลับมา ก็เล่าเรื่องทรัพย์สินเงินทองของท่านเจ้าคุณให้ทราบ คุณยายตกใจมากถามว่า "พ่อเล็กรู้มาได้อย่างไร" เรียนท่านว่า "เมื่อคุณยายไปฝั่งโน้น (คือฝั่งพระนคร ชาวธนบุรีเรียกว่าฝั่งโน้น สมัยนั้นจากตลิ่งชันก็ไปลำบาก ต้องไปเรือยนต์หรือเรือโดยสาร ที่บ้านไม่มีเรือยนต์ เรือโดยสารออกเป็นเวลา วันหนึ่งไม่เกิน ๕ เที่ยว การที่จะแอบอ่านป้ายเอามาบอกนั้นไม่มีทางทำได้แน่) ผมก็ไปสืบทางเมืองนรก พบท่านเจ้าคุณลงอเวจีมหานรก ท่านลุงเรียกขึ้นมาให้เล่าความประพฤติเมื่อท่านมีชีวิต จึงได้ทราบ" เมื่อพูดจบ ท่านยายก็เรียกน้าสมใจที่ไปด้วยให้เอากระดาษที่จดทรัพย์สินท่านเจ้าคุณที่คณะกรรมการเขียนประกาศไว้ ปรากฏว่าตรงกันทุกอย่าง ท่านยายถึงกับเปล่งอุทานว่า "ไม่น่าเลย พระใหญ่พระโตทำไมเลวทรามอย่างนี้ พ่อเล็กไม่เคารพนั้นถูกแล้ว ยายเองเสียอีกยังโง่กว่าพ่อเล็ก"

นี่เป็นมุมหนึ่งของนรก ที่ใครๆ ก็สามารถจะเห็นได้ ถ้าบวชเพื่อความเป็นพระ แต่ถ้าบวชกันเพื่อแสวงหาความรู้มาเป็นอาชีพ หรือเพื่อยศศักดิ์ เพื่อลาภผล เพื่อเป็นเหยื่อล่อสตรีที่เห็นว่าดีว่างาม ท่านก็ไปตามท่านเจ้าคุณองค์นี้ ถ้าบวชแล้วปฏิบัติตามคำปฏิญาณที่ให้ไว้เมื่อวันบวชว่า "นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คะเหตวา ปัพพาเชถะมัง ภันเต" แปลว่า "ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอรับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน"

เป็นอันว่าท่านที่บวชเพื่อเข้าถึงพระนิพพานทุกองค์ เรื่องเห็นนรกสวรรค์เป็นเรื่องกล้วยๆ ไม่มีอะไรหนักเลย.."


ห้องสมุดธรรมะ