เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

 "..พระเทวทัต เคยจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้ามาหลายแสนกัป เพราะต้นเดิมที่เดียวเป็นคนไม่ดีคือ พระเทวทัตเป็นพ่อค้าทุจริต ส่วนพระพุทธเจ้าเป็นพ่อค้าเหมือนกันแต่เป็นพ่อค้าสุจริต วันหนึ่งมีหญิงแก่คนหนึ่งเคยเป็นคนอยู่ในตระกูลมหาเศรษฐีเก่ารับช่วงตกทอดกันมาหลายชั่วคนแล้ว แต่เวลานั้นกลายเป็นคนจนในตระกูลเศรษฐีนี้มีถาดทองคำเหลืออยู่ใบหนึ่ง ต่อมาพระเทวทัตไปขอซื้อแกก็เอามาขายให้เพราะเป็นคนจน เมื่อท่านดูแล้วก็ทราบว่าเป็นทองเนื้อดีแต่เห็นว่าเป็นคนจนก็เลยบอกว่า "ทองนี้ไม่ใช่ทองจริงๆ เป็นทองปลอม" จึงตีราคาในฐานะทองปลอมให้ แกก็ไม่ขายเพราะทราบดีว่าเป็นทองเนื้อบริสุทธิ์ พระเทวทัตก็คิดว่าถ้าไม่ซื้อพ่อค้าคนอื่นก็คงไม่ซื้อ ไม่ช้าแกก็ต้องจำใจขายให้กับท่านเอง

ต่อมาพ่อค้าพระพุทธเจ้าไปพบเข้าเห็นว่าเป็นทองดีจริงๆ เนื้อทองบริสุทธิ์ ก็ให้ราคาเท่าทองคำธรรมดาแกก็ยอมขาย พอพระเทวทัตทราบเข้าก็เจ็บใจจึงจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้าโดยหยิบทรายมา ๑ กำมือแล้วก็หว่านลงไปประกาศว่า

"เราจะขอจองล้างจองผลาญท่านต่อไปเท่าเมล็ดทราย ๑ กำมือนี้ หมายความว่า ๑ ชาติเท่ากับ ๑ เม็ด จนกว่าจะหมดเมล็ดทราย"

ต่อมาเมื่อสมเด็จพระทศพลเป็นพระบรมโพธิสัตว์ไปเกิดทุกๆ ชาติ พระเทวทัตก็ตามจองล้างจองผลาญตลอดเวลา ก่อนชาติสุดท้ายปลายมือสมัยพระพุทธเจ้าเกิดเป็นพระเวสสันดร พระเทวทัตก็มาเกิดเป็นชูชก จนมาถึงชาติสุดท้ายพระเทวทัตมาเกิดเป็นพี่ของพระนางพิมพาซึ่งเป็นพระชายาของพระสิทธัตถะราชกุมาร ที่มาเป็นพระพุทธเจ้า และก็เป็นลูกของลุงพระพุทธเจ้าเอง ความจริงก็เป็นญาติสนิทกัน

ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว บรรดาพระญาติก็พากันออกบวช พระเทวทัตก็ออกบวชด้วย เมื่อบวชแล้วก็ได้ฌานโลกีย์ ได้อภิญญาสมาบัติสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เนรมิตอะไรต่อมิอะไรได้ ต่อมาก็มีความกำเริบใจ เพราะอกุศลกรรมเข้าสนับสนุน คิดจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า ไปยุพระเจ้าอชาตศัตรูให้กบฏต่อพระราชบิดา และพระเทวทัตก็กบฏต่อพระพุทธเจ้า คิดฆ่าพระพุทธเจ้าและก็จ้างคนฆ่าพระพุทธเจ้า ทำสังฆเภทคือทำสงฆ์ให้แตกกัน และยังคิดฆ่าคนทั้งหลายอีกด้วย ในเมื่อพระเทวทัตเลวจัดขนาดนี้ ในที่สุดแผ่นดินทนไม่ไหว ทนความหนักของความเลวไม่ได้ แผ่นดินจึงแยกปล่อยให้พระเทวทัตลงไปยืนกางแขนกางขาถูกหอกเสียบอยู่ใน อเวจีมหานรก

นรกขุมที่ ๑ ถึงขุมที่ ๗ หรือนรกขุมอื่นๆ บรรดาสัตว์นรกทั้งหลายมีการเคลื่อนไหวได้ แต่นรกขุมใหญ่ขุมที่ ๘ ที่เรียกว่า "อเวจีมหานรก" ไม่มีการเคลื่อนไหว

คำว่า "อจลัง" แปลว่า "ไม่หวั่นไหว"

นรกขุมนี้มีกำแพงพิเศษทั้งข้างล่าง ข้างบน และทั้ง ๔ ด้านปิดหนา ท่านได้ฌานเวลาลงต้องลงทางปล่อง จะเห็นพระเทวทัตยืนอยู่ เบื้องบนด้ามหอกฝังอยู่กำแพงด้านบน ปลายหอกเสียบตั้งแต่หัวพระเทวทัตทะลุตูดและลงไปปักอยู่กับกำแพงด้านล่าง ด้านหน้าด้ามหอกติดอยู่กับกำแพงด้านหน้า ตรงกลางหอกติดอยู่ที่อกพระเทวทัต ด้านปลายหอกไปปักอยู่ที่กำแพงด้านหลัง ด้านข้างก็เหมือนกัน ทั้งมือ ทั้งเท้า ทั้งตัว ถูกเสียบด้วยหอกหลายสิบเล่ม ดูร่างกายของท่านไม่ไหวติงเลย ไมใช่ตายแต่ดิ้นไม่ไหวเพราะถูกหอกเสียบตรึงหมด และหอกที่เสียบก็เป็นเหล็กแล้วก็เป็นไฟ กระดูกของท่านแดงฉานเหมือนกับเหล็กที่ถูกไฟเผาไหม้จนสุก และไฟก็พุ่งเข้ามาทั้ง ๖ ด้าน ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้สิ้นเวลา ๑ กัป ถ้าทำบาปพอดิบพอดีสำหรับลงนรกขุมนี้ แต่ถ้าทำบาปเลยพอดีพอครบ ๑ กัปแทนที่จะผ่านขุมนี้ไปได้ก็ต้องเสวยทุกข์ในนรกขุมนี้ต่อไปอีกเป็นกัปๆ นับเป็นกัปๆ อย่างเทวดา เทวดาที่ทำบุญเลยพอดี เขาเกิดเป็นเทวดาตั้ง ๖๐ กัปบ้าง ๑๐๐ กัปบ้าง แต่อายุของเทวดา ๑,๐๐๐ ปีทิพย์บ้าง ๒,๐๐๐ ปีทิพย์บ้าง มันไม่ถึงกัป ก็ตายจากเทวดาปั๊บแล้วก็เกิดเป็นเทวดาปุ๊บทันที เสวยสุขต่อไปในความเป็นเทวดา.."


ห้องสมุดธรรมะ