เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

 "..วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๓ อาตมากลับจากรับแขกตอนเย็นก็ทราบว่า "เจ้าขุนป่วยหนัก" คำว่า "เจ้าขุน" เป็นชื่อสุนัขตัวหนึ่งเป็นสุนัขตัวที่ ๑๓ ที่เรียกว่า "เจ้าขุน" ก็เพราะว่าในสมัยหนึ่งขนมันหลุดหมด มันเป็นโรคเรื้อนก็เลยเรียก "เจ้าขุน" เพราะขนไม่มีอาตมาก็เรียกเจ้าขุนแทนขุนช้าง

ต่อมา โยมสมัคร บอกว่า "มียาขนานหนึ่ง คนที่เป็นโรค ชันนะตุ ที่เกิดบนหัว เมื่อเกิดขึ้นแล้วผมหลุดหมด หัวเป็นแผลเป็น เขาใช้เปลือกต้นแคถากมาแล้วก็เอาไปแช่นํ้าซาวข้าว แช่สัก           ๕-๗ วันแล้วนำมาทาผมขึ้นเต็มศีรษะ" ก็ลองมาทาเจ้าขุน ปรากฏว่าไม่นานขนขึ้นสวยหนากว่าเก่ามาก เจ้าขุนนี่เป็นหมาที่มีความจงรักภักดี แต่ว่าไม่ค่อยจะยอมให้จับ เรียกชื่อเมื่อไรถอยหลังหนีไปไกลเมื่อนั้น ถ้าไม่เรียกก็ย่องเข้ามาหาเอง ๒-๓ วันเข้ามาหาทีลูบคลำได้ ถ้าเรื่องอยู่ยามเป็นหน้าที่ของเขา เขาอยู่ยามดีจริงๆ คืนทั้งคืนไม่ยอมหลับก็มี นอกจากว่ามีสุนัขตัวอื่นไปเปลี่ยน

พอวันรุ่งขึ้นเจ้าขุนก็ตาย เย็นวันนั้นอาตมากำลังเดินขึ้นบันไดหลังจากไปเยี่ยมฝูงสุนัขที่เลี้ยงไว้แล้ว ก็เห็นชายคนหนึ่งลอยอยู่ข้างหน้า จึงถามว่า "ขุนใช่ไหม" เขาตอบว่า "ใช่ครับ" อาตมาบอกว่า "ขุน เอ็งมีความดีอยู่มาก มีความจงรักภักดีต่ออาตมา และอีกประการหนึ่งก็ช่วยรักษาของสงฆ์ ก็เป็นบุญใหญ่ ผลบุญใดที่พ่อทำแล้วตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปัจจุบัน ขอเธอจงโมทนารับผลเช่นเดียวกับพ่อตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" เธอยกมือไหว้แล้วก็หายไป

หลังจากนั้นเวลาประมาณ ๖ โมงเย็นเศษๆ อาตมาพักผ่อนนอนภาวนาคาถาบทที่ทำให้จิตเป็นสุข ชอบบทไหนก็ภาวนาบทนั้นทำอารมณ์ให้เป็นสุขตามที่พระพุทธเจ้าแนะนำ พอสักประเดี๋ยวเดียวปรากฏว่ามี ชายใส่ชฎาสวยงามมากมีเพชรแพรวพราวเป็นระยับ สวยกว่าชฎาลิเกมาก ตัวก็เป็นเพชรแพรวพราวเป็นเทวดายืนสง่างามมากแต่ว่าอยู่ไกล ยืนระหว่างวิมานซึ่งใหญ่โตมากเป็นทองคำ เสาก็เป็นทองคำแต่หลังคาเป็นแก้ว ก็มีความรู้สึกว่า "นี่มันเจ้าขุนนี่" จึงถามว่า "นั่นเทวดาเจ้าขุนใช่ไหม" เขาตอบว่า "ใช่ครับ" อาตมาถามต่อว่า "เมื่อเธอเป็นสุนัขเธอก็กลัวไม่กล้าเข้าใกล้ วันดีคืนดีถึงจะเข้ามาหาแต่วันปกติถ้าเรียกมา เธอจะไม่ยอมเข้าใกล้จะวิ่งหนีออกไป เวลานี้เป็นเทวดาแล้วทำไมจึงอยู่ไกลอีก" เธอก็ตอบว่า "ผมเป็นเทวดาผมก็ยังกลัวครับ" ถามว่า "เธอจะกลัวทำไม ให้เข้ามาใกล้ๆ" วิมานเธอก็ลอยมาใกล้ ถามว่า "เวลานี้เธออยู่ที่ไหน" เธอตอบว่า "ผมอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครับ" ถามว่า "มีความสุขดีไหม" เธอตอบว่า "มีความสุขดีมาก" ถามว่า "ในสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำไมจึงกลัวอาตมา" เธอก็ตอบว่า "ไม่ทราบเป็นอะไรครับ ผมก็รักอาตมาแต่มันมีความรู้สึกกลัวครับ" อาตมาเลยบอกว่า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ต่อไปเป็นหัวหน้ายามนะ น้องที่อยู่ข้างหลังบางทีมันหลับ ใครจะไปใครจะมามันไม่เห็น ก็คอยเตือนน้องมัน"

อาตมาให้เรียกพวกสุนัขที่ตายแล้วทั้งหมดมาพร้อมกัน ปรากฏว่ามากันนับร้อย คือสุนัขที่เลี้ยงเองบ้าง ที่พบตายในระหว่างทางที่ถูกรถชนตายบ้าง ที่ไปเห็นก็ให้บุญให้กุศลเธอ ที่มากันทั้งหมดเวลานี้เป็นเทวดา เป็นนางฟ้า มีความสวยสดงดงาม

คนเราถ้ามีอารมณ์จิตที่เป็นกุศล มันมีความได้กำไรดีกว่าสัตว์เพราะว่าคนรู้ภาษาว่านี่เราทำบุญ แต่สัตว์มีหน้าที่อย่างเดียวคือโมทนาเมื่อตายแล้ว สัตว์ที่อยู่กับพระมีหน้าที่รักษาของสงฆ์ ใครมามันก็เห่าบ้างกรรโชกบ้าง พวกที่จะขโมยของสงฆ์ก็ไม่กล้าจึงหลีกเลี่ยงไป เป็นอันว่าของสงฆ์ก็ปลอดภัย ดังเช่น "เจ้าขุน" บัดนี้ได้ตายไปแล้วและไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก.."


ห้องสมุดธรรมะ