เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

“..พระสุชัยมุนี หรือ เจ้าคุณสุชัยมุนี เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ท่านมรณภาพ สำหรับพระองค์นี้ อาตมาขอยอมรับนับถือว่าเป็นพระดีท่านหนึ่ง เพราะว่าเป็นพระดีจริงๆ ไปอยู่ที่ไหนวัดเจริญที่นั่น สำหรับนักบวชที่ทรงศีลบริสุทธิ์ มีสมาธิทรงตัว มีวิปัสสนาญาณพอใช้ได้ อยู่ที่ไหนก็มีแต่ความเจริญ ตอนที่อยู่วัดหางน้ำสาคร มีสภาพผุพังเกือบจะไม่มีอะไรเหลือหรอ ท่านมาอยู่เพียงไม่กี่ปีก็ปรากฏว่าวัดนั้นรุ่งเรือง เมื่อมาอยู่ที่วัดศรีวิชัย ในสมัยก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยความยุ่งและยาก พอท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดเขาให้ท่านมาอยู่ที่วัดศรีวิชัย ความยุ่งก็สงบไป ความยากใดๆ ทั้งหลายก็ไม่มี

ขึ้นชื่อว่าคนดีเสียอย่าง ถ้าคนดีไปอยู่ที่ไหน สถานที่ก็ดีด้วยและคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ดีด้วย เพราะว่าพระพุทธเจ้าตรัสว่า

อเสวนา จ พาลานัง ปัณฑิตานัญจ เสวนา 

ปูชา จ ปูชนียานัง เอตัมมังคลมุตตมัง

“การไม่คบคนชั่วคือคนพาลอย่างหนึ่ง การคบบัณฑิตคือคนดีอย่างหนึ่ง

การบูชาบุคคลที่ควรบูชา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวเป็นอุดมมงคล”

เจ้าคุณสุชัยมุนี ท่านไม่คบความชั่ว คนชั่วท่านไม่คบ อารมณ์ชั่วท่านก็ไม่คบ ท่านคบแต่อารมณ์ดี คบแต่คนดี คือคนที่เข้าไปหาท่าน ท่านไม่เคยคิดว่าใครจะเลวเห็นว่าดี เป็นอันว่าพระองค์นี้หนักทั้งศีล หนักทั้งสมาธิ หนักทั้งวิปัสสนาญาณ

ขอประทานโทษที่พูดไปนี้ ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายจะเห็นว่าเป็นการอวดอุตตริมนุสสธรรม อาตมาก็ไม่ขอจะติท่าน แต่ขอพูดตามภาพนิมิต เมื่อวันเสาร์หรือวันอาทิตย์จำไม่ได้ถนัด ปรากฏว่าพระสุชัยมุนีมาหาแสดงตนเป็นพรหม จึงถามว่า “เป็นพรหมชั้นไหน” ท่านตอบว่า เป็นพรหมชั้นที่ ๗” ถามว่า “ทำไมจึงเป็นพรหม ทำไมไม่ไปให้สูงกว่านั้น” ท่านบอกว่า “ผมไม่ทันท่านเสียแล้ว แต่ว่าไม่เป็นไรผมก็มีความสบายพอ” พอขยับปากจะถามว่า “จะกลับลงมาเกิดอีกไหม” ก็ปรากฏว่าท่านไปเสียก่อน ก็แสดงว่าท่านไม่อยากจะตอบคำถามนั้น

เห็นไหมท่านเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด อาการป่วยของท่านก็มีอยู่เป็นของธรรมดา ร่างกายเป็นโรคนิทธัง มันเป็นรังของโรคขึ้นชื่อว่าโรคมีในร่างกายของคนทุกคน ไม่มีใครคาดฝันว่าท่านจะตายง่ายตายดาย เป็นอันว่าท่านตายแบบสงบ ถ้าตายแล้วไปเป็นพรหมก็แสดงว่าขณะที่จะตายนั้นท่านเข้าฌานตาย คนที่ตายด้วยกำลังฌาน อย่างเลวที่สุดท่านก็ไปเป็นพรหม แต่ว่าท่านจะเป็นพระอริยเจ้าหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบเพราะไม่เคยถามท่าน แต่ก็สงสัยที่ท่านไม่สะสมเงินทองใดๆ ใครจะนินทาว่าร้ายอย่างไรก็ตาม ท่านไม่เคยสนใจกับวาจาของบุคคลอื่น เมื่อพบกันคราวไรก็ปรารภอย่างเดียวถึงธรรมวินัย และทำตนเป็นกันเองเสมอ สมัยที่ท่านยังไม่เป็นเจ้าคณะจังหวัด เคยพบกันแสดงอาการอย่างไร พอเป็นเจ้าคณะจังหวัดก็เป็นอย่างนั้น ไม่เคยคิดว่าท่านมีฐานะสูงส่งอะไร เห็นหน้ากันคราวใดก็คุยกันแบบเพื่อนเหมือนเดิม

ฉะนั้น ขอบรรดาท่านทั้งหลายที่ท่านคิดว่าท่านจะไม่ตาย ดูท่านเจ้าคุณสุชัยมุนี เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท อยู่ดีๆ ท่านก็ตาย ก็ขอให้ท่านทั้งหลายตัดตัณหาคือความอยาก คืออยากมีชีวิตทรงตลอดไป อยากจะไม่ต้องการมีความแก่ อยากเป็นคนไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ อยากเป็นคนไม่พลัดพรากจากของรักของชอบใจ อยากไม่ตาย จงอย่าคิดมัวเมาในชีวิตในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ควรตัดสินใจว่าองค์สมเด็จพระประทีปแก้วอยู่ที่ไหน เราจะไปที่นั่น ถ้าจะถือว่าเกินวิสัยเกินไป ก็เห็นต้องตำหนิใจสักนิดหนึ่งที่พระพุทธเจ้ากล่าวว่า วิริเยนะ ทุกขมัจเจติแปลว่า “บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร” ถ้าบุคคลใดมี อิทธิบาท ๔ บุคคลนั้นจะปรารถนาอะไรก็ได้ จะเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ จะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ได้ จะเป็นพระอัครสาวกเบื้องขาวเบื้องซ้ายก็ได้ จะเป็นพระอรหันต์ก็ได้..”


ห้องสมุดธรรมะ