เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

คำว่า ตโป จ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ พระบาลีผู้นี้ใครผู้แปล ท่านแปลไว้ว่า การบำเพ็ญตบะ จัดว่าเป็นอุดมมงคล คำแปลของท่านบวม ๆ อยู่ ก็ไม่เป็นไร

คำว่าตบะ แปลว่าอาการที่เผาผลาญความชั่วคือบาป เรามานั่งช่วยกันทำ นี่พระพุทธเจ้ากล่าวว่าคนทุกคนนะ มาช่วยกันบำเพ็ญกิจที่ทำลายความเป็นอมิตร คือเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน เป็นศัตรูทั้งตัวเรา และศัตรูทั้งบุคคลอื่นให้พินาศไป อะไรที่เป็นปัจจัยของความทุกข์ เรามานั่งปฏิบัติกันเลย การบำเพ็ญนี่แปลว่าการปฏิบัติ ทำลายมันให้หมดไป

อันดับแรก ปัจจัยที่เราต้องการ คือต้องการให้คนทุกคนในโลกมีศีล ๕ แล้วพวกเราทั้งหมดทั้งโลกก็มานั่งปฏิบัติศีล ๕ พร้อม ๆ กันไป คำว่าบำเพ็ญในที่นี้ ไม่ต้องมานั่งเฉย ๆ คือมีจิตคิดอยู่ว่า เราจะไม่ทำลายใครทางร่างกาย ไม่ทำลายทรัพย์สินของใคร ไม่ทำลายจิตใจของใครในด้านความรัก พูดด้วยความเป็นจริง ทำสติสัมปชัญญะให้สมบูรณ์นี่เป็นอันดับแรก

อันดับที่ ๒ ก็ทรงความดี คือมีเมตตาความรัก ในบุคคลและสัตว์ทั้งหมด สงสารเกื้อกูลซึ่งกันและกันให้มีความสุขตามฐานะที่เราจะพึงทำได้ ตัดอารมณ์อิจฉาริษยาไม่ว่าใครทั้งหมด ใครได้ดีพลอยยินดีด้วย แล้วก็ช่วยส่งเสริมความดี วางเฉยในเมื่อกรณีอันใดปัจจัยของโลกมันเกิดขึ้นซึ่งเราไม่สามารถจะยับยั้งได้ ไม่ทำใจให้กระวนกระวาย นี่เป็นการบำเพ็ญตบะอย่างหนึ่ง แล้วสูงขึ้นไป ก็ทำใจให้ผ่องใสผิดกว่าคนปกติ หมายความว่าอารมณ์ใจของเรานี้ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ว่าคนทั้งหลายที่เกิดมาในโลกก็ดี สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลกก็ดี สิ่งที่มีความเสมอกันนั่น ก็คือ ๑.ความไม่เที่ยง ที่ตามพระบาลีท่านเรียกว่าอนิจจัง มันเกิดแล้วก็แก่ อีตอนเสื่อมไปหาความแก่ความทุกข์ คือความง่อนแง่นของร่างกายมันก็เกิด ไอ้ความง่อนแง่นของร่างกายเกิดนี้ ถ้าใจไม่สบายแล้ว ใจมันก็โยกโคลงไปด้วย นี่เราไม่ปล่อยให้ใจโยกโคลง ถือว่าเป็นกฎธรรมดา เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า เกิดมานี่ต้องมาพบกับเหตุอย่างนี้ แล้วในที่สุดอาการตายมาถึง ตัวทำลายมาแล้ว ตัวทำลายมา ถือเป็นเรื่องธรรมดา คนเกิดมาเท่าไร ตายหมดเท่านั้น สัตว์เกิดมาเท่าไรตายหมดเท่านั้น วัตถุต่าง ๆ มีขึ้นมากมีความทำลายหมดเท่านั้น นี่เป็นเรื่องธรรมดาของโลกนักบำเพ็ญตบะ ถือเรื่องธรรมดาเป็นสำคัญ แล้วก็พร้อมกันนั้น ก็ทรงพรหมวิหาร ๔ มีศีลเป็นปกติ ถ้าคนในโลกทั้งหมดนี้ทำได้อย่างนี้ ท่านผู้อ่านท่านจะคิดว่าโลกนี้จะเต็มไปด้วยความสุข หรือว่าโลกนี้จะเต็มไปด้วยความทุกข์

นี่ การศึกษามงคล เขาต้องศึกษาเรื่อย ๆ ขึ้นไป คือทำความดีตั้งแต่เล็กมาหาใหญ่เพราะว่าตอนนี้ ปรากฏว่าองค์สมเด็จพระจอมไตรตรัสสูงขึ้นมาตามลำดับ เหมือนกับคนพยายามขึ้นที่สูง แต่ว่าขึ้นในทางลาด ไม่ใช่ขึ้นในทางชัน

ความจริงมงคล ๓๘ ประการนี่มีประโยชน์มาก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าองค์สมเด็จพระจอมไตร ตรัสไว้เป็นพื้นฐานที่เหมาะสม เหมาะแก่การปฏิบัติของแต่ละบุคคลอันแรกก็ปฏิบัติมงคลต้นให้เข้าถึงจุดของความดี แล้วค่อย ๆ ขยับมาทีละน้อย ๆ อันนี้รู้สึกว่าปฏิบัติง่ายกว่ามรรค ๘

คนเราโดยมากถ้าคนบอกเขามาถามว่า พระพุทธศาสนามีอะไรเป็นหลัก โดยมากจะไปเอา มรรค ๘ ไปให้เขา เหมือนกับเราส่งต้นตาลไปให้เขาไต่ขึ้น นี่มันแย่ มันแย่จริง ๆ การจะขึ้นยอดตาลซึ่งมันไม่มีกิ่งไม่มีก้าน มันจะไหวรึ ? ตานี้เราไม่เอายังงั้นละ ถ้าเขาถามว่าพระพุทธศาสนามีอะไรเป็นข้อวัตรปฏิบัติ ปฏิบัติจากง่าย ๆ ขึ้นไปทีละน้อย ๆ แบบสบาย ๆ เหมือนกับเด็กอ่อนพึ่งสอนเดิน เราจะเรียกให้ขึ้นบันได ๘ ขั้น แต่บันไดชันมันจะขึ้นไม่ไหว ถ้าจะให้เด็กไต่ไปตามทางลาด ก็จะขึ้นได้ เราก็โชว์กับชาวต่างประเทศหรือศาสนาอื่นเขาว่าของเราดี องค์สมเด็จพระชินสีห์ตรัสมงคล ๓๘ ประการเข้าไว้ ถ้าใครปฏิบัติได้ตามนี้ จะปฏิบัติได้ตามแบบสบาย ๆ ไม่หนักอกไม่หนักใจ หาความดีได้เป็นขั้น ๆ จนกระทั่งขั้นสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าสิ้นทุกข์ คือเป็นอรหัตผล

นี่แหละบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน มงคลข้อที่ ๓๑ ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้ ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ