เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ตามพระบาลีว่า กตญฺญุตา จ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ คำว่ากตัญญูแปลว่ารู้คุณ เป็นอันว่าคนที่รู้คุณคน หรือคนที่รู้คุณสัตว์ หรือว่าสัตว์รู้คุณคน อันนี้องค์สมเด็จพระทศพลตรัสว่าเป็นผู้มีความสุขอย่างสูงสุด นี่ เรามานั่งคิดกันดู ว่าคนที่รู้คุณคน กตัญญู รู้แล้วก็ตอบแทน ไอ้ กต นี่แปลว่าทำ รู้คุณคน แล้วก็ตอบแทนคุณด้วย สนองคุณเขาด้วย รู้ว่าคุณนี่เป็นพ่อ คุณนี่เป็นแม่ รู้ความดีของพ่อแม่ชีวิตเลือดเนื้อ ร่างกาย สติปัญญาทั้งหลายที่เรามีอยู่ อาศัยพ่อแม่เป็นปัจจัย ถ้าหากว่าพ่อแม่ไม่มีความดี ไม่สงเคราะห์เรา ไม่ทรงอยู่ในพรหมวิหาร ๔ ชีวิตของเราจะมีขึ้นมาไม่ได้ อีกประการหนึ่งสำหรับบุคคลผู้เป็นผู้ใหญ่หรือครูบาอาจารย์ สอนเรามาตั้งแต่ กอขอ กอกา หรือกอไก่ จนกระทั่งได้ปริญญา เราก็คิดว่าท่านผู้นี้ เป็นครูบาอาจารย์ ถ้าเราไม่ได้อาศัยท่าน ความรู้อย่างนี้มันก็ไม่มี หรือบุคคลใดที่เขามีความดี เคยสงเคราะห์ให้ความสะดวกเรา เมื่อถึงคราวคับแค้น แม้แต่ท่านผู้นั้นไม่ให้ทรัพย์ไม่ให้สินประการใด เป็นแต่เพียงแนะนำให้ บอกว่าไปตรงโน้นซิจะมีผลดี ไปตรงนี้ซิจะปลอดภัย เราก็ถือว่าท่านผู้นี้เป็นผู้มีคุณกับเรา เราก็ตั้งใจสนองความดีตอบแทนท่าน คนประเภทนี้ ท่านมานึกเปรียบเทียบดูให้ดีว่า สมมติว่าท่านเป็นพ่อเป็นแม่เขา แต่ว่าลูกของเราไม่อยู่ในโอวาท ขาดความเคารพ ขาดการรู้ในคุณพ่อแม่ เราเลี้ยงมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย เดี๋ยวนี้พอโตขึ้นหน่อยแสดงความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่พ่อแม่ที่ให้ชีวิตและร่างกายมาเขาก็ไม่มีความเคารพ หรือว่า ถ้าเราเป็นครูบาอาจารย์ ตั้งใจสอนศิษย์ด้วยความจริงใจ ไม่ได้คิดว่าเรารับจ้างรัฐบาลมาสอน ไม่ได้คิดว่าเรารับจ้างสอนเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตั้งใจอย่างเดียว ที่จะให้ลูกศิษย์ลูกหามีความรู้ มีความสามารถ แต่บรรดาเราเองผู้เป็นครู ผู้หวังดีต่อศิษย์ มาเจอศิษย์อกตัญญู พบครูเข้าแล้วไม่แสดงความเคารพ แสดงอาการเหยียดหยามต่อครู หรือว่าเราจะมีอาหารสักนิดหนึ่งไปพบสุนัขตัวหนึ่งซึ่งกำลังหิวโซมา เราก็นำอาหารอันนั้นให้แก่สุนัขตัวนั้นบริโภค เมื่อเจ้านั่นกินเข้าไปแล้วมีกำลัง ไล่กัดเรา อันนี้ตัวท่านเองจะมีความรู้สึกยังไง จะมีความรู้สึกชอบใจตามบุคคลประเภทที่กล่าวมาแล้วไหม

ทีนี้ถ้ามองกันในมุมกลับ หากว่าเราเป็นพ่อคนแม่คน เรามีลูกหญิง ลูกชายก็ตามที ลูกทุกคนนี้อยู่ในโอวาททุกอย่าง มีความกตัญญูรู้คุณ เวลาเรามีทุกข์ เธอก็พยายามช่วยทุกอย่างตามความสามารถ การให้โอวาทอย่างใด ๆ ไป เธอไม่เคยเหยียดหยามไม่เคยขว้างทิ้ง ปฏิบัติตาม่ด้วยความจริงใจ หรือว่าถ้าเราเป็นครูบาอาจารย์เขา จะสอนอะไรไปลูกศิษย์เห็นเมื่อไรแสดงความเคารพ และความรู้ความประพฤติที่ให้ไปก็ปฏิบัติทุกอย่างตามที่สอน แล้วก็สมมติว่าเรามีขนมสักชิ้นหนึ่ง อาหารสักหน่อยหนึ่ง เห็นสุนัขตัวผอมโซเดินมา กำลังหิว เอาอาหารให้แก่สุนัขตัวนั้น เจ้าสุนัขตัวนั้นอิ่มเข้าไปแล้ว เห็นหน้าเมื่อไรแสดงความรักความเคารพทันที โดยวิธีเข้ามาหมอบคลานอยู่ที่เท้าบ้าง ถ้าอยู่ที่ขาก็วิ่งเวียนไปเวียนมา แสดงความรัก ก็ลองคิดดู ว่าคนก็ดีสัตว์ก็ดี ที่มีความกตัญญูต่อท่าน ท่านจะมีความรู้สึกยังไง จะมีความรู้สึกรัก หรือว่าเกลียด เอาใจของท่านวัดดู นี่เป็นอันว่า ถ้าบุคคลทั้งหลายในโลกนี้ ปฏิบัติตามพระธรรมเทศนาที่สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสกับพวกเทวดาว่า คนที่มีความกตัญญูรู้คุณและตอบแทนท่าน อย่างนี้จัดว่าเป็นคนดีมีความสุข เอาไปนั่งนึกกันก็แล้วกัน ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงเพียงใด ประเดี๋ยวจะหาว่ามาสรรเสริญพระพุทธเจ้ามากเกินไป เพราะบุคคลสมัยใหม่ เขายังไม่เห็นคุณของพระพุทธเจ้าก็มีมาก แล้วองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็เคยตรัสว่า คำแนะนำอะไรของเราก็ดี เมื่อบอกแล้ว ท่านทั้งหลายเหล่านี้อย่าเพิ่งเชื่อ ลองนำไปปฏิบัติกันก่อน นี่เป็นอันว่ากระแสพระสัทธรรมเทศนาที่องค์สมเด็จพระชินวรตรัสกับเทวดาผ่านมาถึง ๒๔ ข้อ ถ้าทุกคนปฏิบัติได้แล้วถึง ๒๔ ข้อนี้ทั้งหมด ไม่มีอาการบกพร่องก็จะพิจารณาตัวเองได้ว่าโลกนี้จะมีความสุขความเยือกเย็น หรือว่ามีความทุกข์ ความเร่าร้อนอย่างใด นี่องค์สมเด็จพระจอมไตรไม่ได้กล่าวเฉพาะบุคคล เพราะเทวดาไปถามคำว่ามงคล ก็หมายความว่า ถ้าทุกคนจะเป็นมนุษย์ก็ดี เทวดาก็ดี ถ้าพึงปฏิบัติอันนี้องค์สมเด็จผู้ทรงสวัสดิ์หมายความว่า คนทุกคนในโลกทำกัน ถ้าเราคนเดียวเป็นผู้ทำมันก็แย่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่าสันโดษเวลานี้ พบยาก ส่วนมากเป็นคนกระโดดกันเสียหมด กระโดดละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น กระโดดหนีภาษีของบ้านเมือง กระโดดหลบกฎหมายของบ้านเมือง กระโดดหลบรัฐธรรมนูญของบ้านเมือง ไม่เป็นเรื่อง เป็นอันว่าไม่เป็นเรื่อง เป็นปัจจัยของความทุกข์

ตานี้ เราทิ้งคำว่ากระโดดลงมาแสดงอาการสันโดษดูบ้าง แล้วก็มาตั้งหน้าแสดงความกตัญญูรู้คุณบุพการีที่ท่านทั้งหลายช่วยกันสร้างประเทศชาติของเรา ให้เราอยู่อาศัยมีความสุขถึงบัดนี้ ไม่เป็นขี้ข้าของใคร มากลับตัวกลับใจกันเสียใหม่ ดูทีรึว่ามันจะมีความสุขหรือความทุกข์ กฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ ระเบียบวินัยจะได้มีความสำคัญ จะได้ไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างกันขึ้นมาก็ดี กฎหมายก็ดี กฎข้อบังคับใดใดก็ดี มันเป็นแต่เพียงเศษกระดาษ เป็นอันว่าความสำคัญส่วนใด ๆ ของประเทศชาติ ถ้าไม่มีคนเคารพในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบวินัย แล้วอันนี้องค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็เห็นว่ามันเป็นไฟไหม้โลก เท่านั้นเอง ก็หมายถึงว่าไอ้ไฟไหม้ใจเรา มันเป็นความเดือดร้อน เพราะความร้อนนี่มันเกิดจากไฟ ไฟที่ติดเชื้อเข้ามาภายนอกไม่สำคัญเราหลบได้แต่ไฟที่เข้ามาเผาใจนี่เราจะหลบไปไหน ตัวไปที่ไหนใจมันก็ไปที่นั่น เป็นอันว่าเราไปไหนก็ไม่พ้นไฟ ไฟมันไหม้อยู่ตลอดเวลา มันจะมีความสุขได้ยังไง เอา เรื่องนี้พูดกันไปก็ยาวเกินไปเพราะมงคลมาก ขอฝากไว้เพียงแค่นี้ ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ