เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ท่านกล่าวว่า สนฺตุฏฐี จ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ หมายความว่าการสันโดษเป็นอุดมมงคลนี่เอาอีกแล้วคำว่าสันโดษนี่ สันตุฎฐี แปลว่าสันโดษ ศัพท์นี้เคยมีท่านรัฐบุรุษสมัยหนึ่งเวลาที่พระทำการสัมมนากันหรือปรึกษาหารือกัน มีท่านผู้นั้น ผู้มียศยิ่งใหญ่ มีอำนาจใหญ่มีจดหมายมาถึงกลุ่มพระ ขอร้องให้พระทั้งหลายจงอย่าเทศน์เรื่องสันโดษ เพราะเห็นว่าจะเป็นปัจจัยให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ความเจริญไม่ได้ คือว่าคนทั้งหลายที่มีความสันโดษยินดีเฉพาะทรัพย์ที่ตนมีอยู่แล้ว ก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจไป ไม่สร้างสรรค์ความเจริญ ความก้าวหน้าให้ เห็นแก่ตัว ในเมื่อคนทั้งหลายไม่เจริญ ไม่มีทรัพย์ไม่มีสินมาก ประเทศชาติก็พลอยยากจนไปด้วย นี่ในจดหมายฉบับนั้นถือเนื้อความแต่โดยย่อเป็นอย่างนี้

ตานี้ เราก็มาพิจารณากันดูอีกทีว่าทำไมองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เขาพากันยกย่องว่าพระองค์เป็นสัพพัญญูวิสัย แต่ว่าองค์สมเด็จพระจอมไตรกลับมาเทศน์ขัดกับความเป็นจริงของโลก บอกให้ชาวโลกปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขตแห่งสันโดษ คือยินดีเฉพาะทรัพย์ของตนที่มีอยู่ แบบนี้เป็นอันว่าสมเด็จพระบรมครูน่ะ ทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติและของโลก ไอ้ข้อนี้มันจะจริงหรือไม่จริง มานั่งพิจารณากันดู นอนก็ได้ หรือจะยืนจะเดินก็ตามใจ มาพิจารณาศัพท์กัน คำว่าสันโดษ แปลว่ายินดีเฉพาะทรัพย์ที่เรามีอยู่ นี่องค์สมเด็จพระบรมครูไม่ได้บอกว่ามีอยู่เท่านี้แล้วจงอย่าหากินอย่าสร้างต่อไป ท่านไม่ได้บอกยาวไปแค่นั้น การพิจารณาพระกระแสสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระจอมไตร ต้องใช้มันสมองนิด ๆ ไม่ต้องคิดมาก คิดหน่อย ๆ พอแล้ว แค่ใช้ปัญญา ไม่ต้องยาวเท่าหางอึ่ง เพราะถ้ายาวแค่หางอึ่งไป เดี๋ยวจะดึงกลับไม่ไหว แค่เอาแต่เพียงใจมานั่งคิดกันว่า ทำไมพระพุทธเจ้าจึงสอนให้สันโดษ อันนี้ มันเป็นโทษของชาวโลก ทำให้โลกคับแคบ ทำให้โลกไม่เข้าจุดของความเจริญ

ตานี้ ศัพท์ว่าสันโดษ ท่านแปลว่าจงยินดีแต่เฉพาะทรัพย์ที่เรามีอยู่ นี่หมายความว่าเรามีทรัพย์อยู่เพียงใด ที่เราหามาได้โดยชอบธรรม ท่านไม่ได้สอนให้ขี้เกียจ ไม่ได้คัดค้านการแสวงหา อย่างเรามีเงินอยู่ ๑๐ บาท ถ้าเราจะทำการค้าปรารถนาจะได้เงินสักล้านบาทแต่ว่าการค้านั้นเป็นไปโดยสุจริตธรรม อันนี้ ไม่ขัดกับคำว่าสันโดษ เพราะว่าทรัพย์สินทั้งหลายที่หามาได้โดยสุจริตธรรมนั้น ก็ชื่อว่าสันโดษ ไม่เป็นการเบียดเบียน ถือว่าเป็นทรัพย์ของเรา ไม่ใช่ทรัพย์ของเขา เพราะเราไม่ได้โกงเขามา แต่ว่าการค้าต้องมีกำไร จะถือว่าการมีกำไรนี่เป็นการคดการโกงก็ไม่ได้ คือเป็นการตกลงซึ่งกันและกัน มีความพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย หรือว่าคนที่รับราชการเป็นชั้นจัตวาก็ดี เป็นชั้นตรีก็ดี ชั้นจัตวาอยากจะเป็นชั้นตรี สร้างความดีขึ้นมาให้ได้ ข้าราชการชั้นตรี อยากจะเป็นชั้นโท สร้างความดีเป็นชั้นโทขึ้นมาให้ได้ ไอ้ความดีที่สร้างนี้ ไม่ใช่ไปป้ายความผิดให้แก่ใคร ปฏิบัติงานตามระเบียบแบบแผนทุกอย่าง ตามกฎหมาย ตามกฎข้อบังคับ มีความขยันหมั่นเพียร มีเงินเดือนสูงขึ้น หรือว่าเป็นปลัดกระทรวงสร้างความดีให้เป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีแล้วสร้างความดีจนได้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีทำความดีจนได้เลือกเป็นอะไรล่ะ ที่พระเจ้าแผ่นดินทรงใช้ นึกไม่ออกเสียแล้ว เป็นองคมนตรี นี่ก็ทำความดีแล้วก็ก้าวขึ้นไปเพราะความดี อันนี้พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นเรื่องสันโดษ เพราะว่ายินดีในทรัพย์สินที่เราหามาได้โดยชอบธรรม ที่เรียกว่ายินดีเฉพาะทรัพย์สินของเราที่มีอยู่คือเป็นสิ่งที่เราหามาได้โดยเฉพาะ ไม่ใช่เราไปโกงใครเขา ทีนี้ เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำว่า ทรัพย์ที่เราหามาได้ด้วยความสามารถเท่าไหร่ ยินดีเท่านั้น เราไม่ยินดีในการคด ในการโกงใคร แม้แต่การปฏิบัติ และจริยาใด ๆ ก็ตามเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถ้าคนทั้งโลกเป็นอย่างนี้ ขอบรรดาท่านผู้อ่านจงพิจารณาตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระชินสีห์ ที่บอกกับเทวดาว่าคนที่มีสันโดษมีความสุขแล้วก็เป็นความสุขอย่างยิ่ง ข้อนี้ท่านจะเห็นจริงด้วยหรือไม่ประการใด ก็ใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองเอา ๚ะ
 
JA Tube

เว็บไซด์นี้ไม่สงวนสิทธิ์หากทำไปเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ
จัดทำโดย www.hpgtech.com และ www.bizwork.net
 

ห้องสมุดธรรมะ