เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ตามพระบาลีว่า นิวาโตจ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ซึ่งแปลเป็นใจความว่าการไม่หยิ่งผยอง จัดว่าเป็นอุดมมงคล

ข้อนี้องค์สมเด็จพระทศพลชี้ให้เห็นง่าย ๆ ว่าคนเราซึ่งมีความเคารพซึ่งกันและกัน ตามมงคลที่ ๒๓ มีความสุข ทีนี้ ถ้าหากว่าเราเกิดไม่เคารพเสียแล้ว เราเกิดความหยิ่งผยองขึ้นมา จะถือว่านายเกิดก่อนเป็นผู้ใหญ่ ไม่สำคัญ แต่ตัวฉันนี้ถึงแม้ว่าจะเกิดทีหลัง ถ้ามีความรู้ดีอยู่ในที่เจริญกว่า แสดงกาย แสดงวาจาไม่เคารพต่อเจ้าของถิ่น ต่อบุคคลที่มีวัยสูงกว่า หรือบางทีวัยก็สูงกว่า ผ่านกิจการงานมาก็มาก ได้ปริญญาบัตรต่าง ๆ มีความรู้สูงแต่เราเกิดมาทีหลัง เห็นว่าเราเป็นคนหนุ่มกว่า ทันสมัยกว่า คนแก่ล้าสมัย เลยไม่ตั้งใจเคารพในคนแก่ ทะนงตนว่าฉันนี่ทันสมัยกว่า ฉันนี่ดีกว่า โดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณา เอาอย่างนี้เป็นต้นนะ หรือว่าเป็นบุคคลเสมอกัน หนุ่มเท่ากัน แก่เท่ากัน แต่ทะนงตนว่าท่านนี่น่ะ ไม่ดี มีจุดบกพร่องตรงนั้นตรงนี้ ฉันนี่ดีกว่า แสดงลีลาเหยียดหยาม ไม่เคารพซึ่งกันและกันในสิทธิต่าง ๆ รวมว่าอย่างนี้เป็นต้น เห็นจะไม่ต้องพูดมาก ถ้าอย่างนี้ท่านทั้งหลาย บังเอิญเป็นใจของท่าน ท่านจะมีความรู้สึกยังไง สำหรับกับบุคคลทั้งหลายที่หยิ่งผยองแสดงอาการทะนงตนลบหลู่ท่าน

ตานี้ มาอีกมุมหนึ่ง ถ้าเห็นบุคคลใด ถึงแม้ว่าเขาจะมีตระกูลสูงกว่า มีความรู้สูงกว่ามีฐานะ มีปัญญายิ่งกว่า แต่ทว่าแสดงอาการถ่อมตนลงมาเสมอด้วยเรา ไม่แสดงอาการเหยียดหยามด้วยประการทั้งปวง ยอมรับนับถือ ซึ่งเราคิดว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น คนที่แสดงจิตแบบนี้ จริยาแบบนี้ ทุกท่านที่อ่านหนังสือนี้ลองพิจารณาดูสักทีว่า ถ้าเราไปพบคนแบบนี้เข้า เราจะมีความรู้สึกยังไง เราจะรักคนประเภทนี้หรือว่าเราจะเกลียดคนประเภทนี้ ตอบกันง่าย ๆ สำหรับคนที่มีอารมณ์ดีสักนิดก็คงจะมีจิตอดที่จะมีความเมตตาและความรักความเคารพนับถือไม่ได้ เห็นว่าท่านผู้นี้เป็นผู้ใหญ่ อุตส่าห์ถ่อมตัวมาเสมอเรา อย่างนี้เป็นต้น ตัวอย่างในปัจจุบันที่เราจะเห็นกันได้ชัด เอาคนสูงสุดในประเทศไทย คำว่าสูงสุดนี่ไม่ใช่สูงอย่างเปรต เอาสูงในฐานะที่ทรงอยู่ ที่ตามรัฐธรรมนูญก็ดี ตามกฎหมายของบ้านเมืองก็ดี ยกย่องว่าท่านผู้นี้เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นประมุขของประเทศชาติ ได้แก่องค์พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ในปัจจุบัน ในเวลานี้ หรือในอดีต พระองค์ท่านจะเสด็จไปที่ไหนก็ตามที รู้สึกว่าพสกนิกรของพระองค์นี้ แวดล้อมเป็นจำนวนมาก สุดที่จะคณานับได้ ถึงแม้ในถิ่นนั้นจะเป็นแดนกันดารประการใดก็ตามที จะไกลแสนไกล ถ้าพอที่จะเดินไปถึงค่ายได้ แม้จะนอนค้างอ้างแรมกลางทาง ก็มีคนไปเฝ้าในทุกสถานที่ ที่เป็นอย่างนี้เราก็พิจารณาดูจริยาของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ที่มีคนมีความจงรักภักดีนี่หมายถึงว่าคนที่เขามีความเคารพในความดี เขาไปเฝ้าไปแหนพระองค์อย่างนี้ เพราะอะไรเพราะว่าพระองค์ไปที่ไหน ถ้าดูตามภาพถ่ายก็ดี หรือว่าดูตามภาพโทรทัศน์ หรือว่าภาพยนตร์ที่เขาถ่ายภาพมาให้ดู จะปรากฏว่าพระราชาก็ดี พระบรมราชินีนาถก็ดี พระราชโอรส พระราชธิดาก็ดี และสมเด็จพระราชชนนีก็ดี พระองค์ไม่วางตนผยองว่า นี่ฉันเป็นพระมหากษัตริย์ นี่ฉันเป็นพระบรมราชินีนาถ นี่ฉันเป็นพระเจ้าลูกเธอพระเจ้าลูกยาเธอ ว่านี่ฉันเป็นแม่ของพระเจ้าแผ่นดิน จริยาที่พระองค์แสดงแบบนั้น ไม่เคยมี เห็นแต่มีอาการแสดงอ่อนน้อม โค้งกายลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จใหญ่ คือสมเด็จพระราชชนนีพระองค์ทรงคลุกคลีกับคนทุกประเภท จึงเป็นเหตุให้บุคคลทั้งหลายมีความรัก นี่ยกตัวอย่างเห็นง่าย ๆ บอกคนไทยเรานี่ยังมีความเคารพในความดีมีอยู่

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งนี้ ก็เพื่อให้เห็นว่ากระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระบรมครู ที่ตรัสว่าสิ่งที่เป็นมงคลแก่เทวดา คือการไม่หยิ่งผยอง ไม่ทะนงตนว่าเป็นผู้เลิศไม่ทะนงตนว่าเป็นผู้ประเสริฐ เป็นปัจจัยของความสุข นี่เป็นอันว่าพระบรมมหากษัตริย์พร้อมไปด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ทั้งหมดนี้พระองค์เป็นที่รักของคนไทย ที่เคารพต่อความดีก็เพราะว่าพระองค์นี้ไม่ทะนงตนในฐานะว่าเป็นบุคคลสูงกว่า ถึงแม้ว่าพระองค์จะเป็นพระราชา ก็คิดว่าคนทั้งหลายเหล่านั้นเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ทรงมีความเคารพในฐานะที่เขาเป็นคนเหมือนกัน นี่แหละท่านผู้อ่านทั้งหลายกระแสพระสัทธรรมเทศนาในมงคลที่ ๒๓ ว่า นิวาโตจะ เอตัมมังคลมุตตมัง การไม่หยิ่งผยองนี้องค์สมเด็จพระชินสีห์ทรงจัดว่าเป็นเหตุของความสุขอย่างสูงสุด จะเป็นไปได้หรือไม่ ขอบรรดาท่านผู้อ่านทั้งหลายลองพิจารณาดู ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ