เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

คารโว จ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ท่านกล่าวว่าการเคารพในบุคคลที่เคารพจัดว่าเป็นอุดมมงคล แต่บาลีจริง ๆ ท่านเขียนว่าเคารพเฉย ๆ อันนี้ ก็เห็นจะไม่ยากหรอก ถ้าเรามีผู้บังคับบัญชา เราเจอะหน้าผู้บังคับบัญชาแทนที่จะเคารพด่าส่งเดชเลย ประเดี๋ยวก็ได้ลดเงินเดือน ดีไม่ดีก็ได้ลดยศจากนายร้อยกลับมาเป็นพลเรือนเต็มขั้น แล้วก่อนที่จะมาเป็นพลเรือนก็เข้าตะรางไปก่อนใช่ไหม เจอะพ่อเจอะแม่ เตะส่ง ด่าส่ง เดี๋ยวก็ได้ผล เจอะพระเจ้าแผ่นดินมา เอ้า เอ๊ะ พระเจ้าแผ่นดินนี่คนแค่เรานี่หว่า มีหู มีตา มีขา มีแขนเหมือนเรา เอาด่าส่งเดช อายุเท่า ๆ กัน ประเดี๋ยวก็เข้าตะรงตะรางไป ดีไม่ดีก็ถูกยิงเป้า นี่แสดงถึงความไม่เคารพให้ปรากฏ 

ตานี้ ถ้าเรารู้จักการเคารพ มือ ๑๐ นิ้ว ยกมือไหว้แสดงน้ำใจนอบน้อมแก่บุคคลทั่ว ๆ ไป เป็นเด็กก็ตามเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม ช่างมันเราเคารพให้เกียรติแก่คนทุกคน แล้วถามจริง ๆ เถอะ มันจะมีใครเขาเกลียดไหม การเคารพเขาน่ะ การเคารพทำให้เราอดข้าวอดปลา หาที่นอนพักผ่อนไม่ได้รึ มันไม่ใช่ยังงั้นหรอก มันจะกลายเป็นความสุขขึ้นมาน่ะซี คนที่เราเคารพเขา เขาก็ดีใจว่า เอ้อ คนนี้เขาดีนะ ดีไม่ดีเรามียศฐาบรรดาศักดิ์สูงกว่าเขา แต่เห็นว่าเขามีอายุอาวุโสหน่อยก็ให้เกียรติเคารพเขา คนที่ถูกเคารพแหมจะปลื้มใจไปมาก ดีไม่ดียอมตายแทน 

มงคลข้อนี้ขอพูดไม่มาก ให้ไปนึกกันเอาเองก็แล้วกันว่าการรู้จักเคารพซึ่งกันและกันน่ะ มีพ่อมีแม่ก็เคารพพ่อเคารพแม่ มีพี่ป้าน้าอาก็เคารพพี่ป้าน้าอาตาลุง มีผู้บังคับบัญชาเราก็เคารพผู้บังคับบัญชา หรือแม้แต่คนที่เขาเด็กกว่า เขาให้คำแนะนำให้การสงเคราะห์เรา ถ้าเราพลั้งเผลอหรือเราขาดอะไรขึ้นมา เราก็ทำความเคารพเขาเพราะว่าเขามีคุณกับเรา อย่างนี้มันจะเป็นคุณหรือเป็นโทษ โลกนี้ทั้งหมด ถ้าทุกคนรู้จักเคารพซึ่งกันและกัน โลกนี้จะมีความสุขหรือความทุกข์ จะเป็นโลกที่ทรงไว้ซึ่งความเจริญหรือโลกที่ทรงไว้ซึ่งความเสื่อม นี่พิจารณาดูนะ ไม่ได้โฆษณาพระพุทธศาสนา แต่ทว่าพระพุทธเจ้าตรัสกับเทวดาไว้อย่างนั้น เมื่อท่านตรัสไว้ ก็เอามาพูดกันให้เข้าใจ แล้วก็ให้ท่านทั้งหลายวินิจฉัยเอาเองด้วยปัญญาชน แต่จงอย่าใช้ปัญญาสั่งกายไปชนกันนะ ตามข่าวที่เขายกทัพตีกัน เดี๋ยวที่โน่นยกทัพตีกับที่นี่ ที่นี่ยกทัพตีกับที่โน่น ไอ้นี่เขาไม่ได้เรียกใช้ปัญญาชนนะ เรียกว่าปัญญาสั่งกายให้เข้าไปชนกัน ไม่เป็นเรื่อง ทีนี้ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผลตามกฎของความเป็นจริง 

ได้ยินข่าวอีกนิดหนึ่ง ที่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งเขาเรียกกันว่าปัญญาชน เขาบอกว่ามีคัมภีร์ ๆ หนึ่งที่เขาถือเป็นสรณะ ว่าพ่อแม่ไม่สำคัญ ครูบาอาจารย์ไม่สำคัญ กษัตริย์ไม่สำคัญ แล้วเขาเห็นว่าใครสำคัญ ? บุคคลประเภทนี้ ท่านเห็นว่าเขาดีหรือเขาเลว อันนี้ไม่วินิจฉัยนะ ถ้าคนทุกคนในโลกแสดงตนเป็นอย่างนี้ โลกนี้จะมีความสุขหรือความทุกข์ ตานี้ ตรงกันข้าม เราเห็นว่าคนทุกคนสำคัญ คนทุกคนที่ทรงไว้ซึ่งความดี เรามีหน้าที่ในการคารวะ เราให้คารวะต่อเขา แล้วเราจะมีความสุขหรือความทุกข์ แล้วถ้าทุกคนต่างทำอย่างนั้น จะมีใครบ้างที่มีความทุกข์ ข้อนี้ ก็ยกประโยชน์ให้แก่บรรดาท่านทั้งหลายผู้อ่านพิจารณาเอา ว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสมงคลกับเทวดานี้มันถูกหรือมันผิด 

บุคคลเรา ถ้าจะมีความผิดใจโกรธกัน หรือเป็นศัตรูกันก็เพราะอาศัยการไม่เคารพ ถ้าหากว่าบุคคลแต่ละบุคคล หมายความว่าทั้งโลกต่างคนต่างมีความเคารพซึ่งกันและกัน คำว่าเคารพแปลว่าการยอมรับนับถือ เด็กทรงตัวในความเป็นเด็ก รู้ตัวว่าเด็ก ผู้ใหญ่ทรงตัวในความเป็นผู้ใหญ่ รู้ตัวว่าเป็นผู้ใหญ่ เด็กมีความเคารพผู้ใหญ่ในฐานะที่มีวัยวุฑโฒ คือความเจริญด้วยวัย มีวัยสูงกว่า ผู้ใหญ่ก็เคารพสิทธิของเด็กในฐานะที่เป็นลูกเป็นหลาน หรือว่าเป็นน้อง มีความเคารพมีความรักกันอยู่อย่างนี้เราจะหาความทุกข์ได้ที่ไหน เพราะเป็นปัจจัยสร้างความสามัคคีความรักความกลมเกลียวซึ่งกันและกัน นี่ว่ากันในส่วนของบุคคล ตานี้ว่ากันเฉพาะสถานที่และทรัพย์สิน ถ้าเรามีความเคารพในสิทธิของบุคคลอื่น ว่าทรัพย์สินส่วนนี้เป็นทรัพย์สินของเขา เราไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่ง เราก็ไม่เข้าไปแย่ง ไม่เข้าไปคดไปโกง ไม่ทำลายทรัพย์สินเขาให้พินาศไป ด้วยเจตนาร้าย คือระมัดระวังไว้ว่า นี่เป็นทรัพย์สินของเขา เรามีความรักในทรัพย์สินของเราเพียงใด ท่านผู้เป็นเจ้าของก็มีความรักในทรัพย์สินของเขาเพียงนั้นเช่นเดียวกับเรา ถ้าต่างคนต่างมีความเคารพกันอย่างนี้ บรรดาท่านสาธุชนทั้งหลายคงจะใช้ปัญญาพิจารณาได้ว่า ความอื่นใด หมายถึงความทุกข์ ความเดือดร้อนจากการที่เป็นศัตรูกันมันก็ไม่มี ถ้าเราไม่มีความเป็นศัตรูกันมีแต่ความเป็นมิตร หรือมีแต่จิตรักใคร่ซึ่งกันและกัน ตานี้ การที่องค์สมเด็จพระภควันต์กล่าวว่าการเคารพซึ่งกันและกันเป็นมงคล หวังว่าบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนคงจะใช้ปัญญาพิจารณาเห็นแล้ว นี่ว่าถึงการเคารพในสิทธิและการเคารพในบุคคลซึ่งกันและกัน 

ตานี้ ความเคารพจะมีความสูงขึ้นไปกว่านั้นอีกนิดหนึ่ง คือเคารพในความดีซึ่งกันและกัน ตอนนี้องค์สมเด็จพระภควันต์ทรงแนะนำไว้ พอเห็นว่าบุคคลใดที่เขามีความดี มีความสุข มีฐานะรุ่งเรือง เราก็ย่อง ๆ ไปดูเขาสักหน่อย พิจารณาไว้สักคน คนนี้ที่เขามีความดีอย่างนี้ ทั้งกายวาจาและจิตของเขาเรียบร้อย น่ารักน่าบูชา นี่เขาทำยังไง และอีกประการหนึ่งความดีส่วนให้คือการทรงอยู่ในความเป็นสุข ที่ครอบครัวนี้เขามีความสุข บุคคลนี้เขามีความสุข นี่เขาทำกันแบบไหน แล้วบ้านนี้เดิมทีเขาก็ไม่มีตระกูลใหญ่โตอะไรเป็นคนมีฐานะพอมีพอใช้ แต่เวลานี้ความเป็นอยู่ของเขารุ่งเรืองเกินกว่าที่เราจะคิด เพราะเขาประกอบกิจการงานด้วยความดี จนฐานะรุ่งเรืองมั่งคั่งสมบูรณ์อย่างคาดไม่ถึง นี่เขาทำความดีอะไรไว้ เขาทำยังไงมันถึงได้ดีแบบนี้ แล้วเราก็เลยไปดูความดีของเขา การประกอบกิจการงานของเขา ว่าที่เขาทำ เขาทำแบบไหน วางโครงการแบบไหนจึงได้รุ่งเรือง เขาทำกันแบบไหน เขาประพฤติแบบไหน กลุ่มนี้เขาจึงมีความสุข แล้วเขาทำแบบไหนปฏิบัติอย่างไร จึงมีจิตใจดี มีวาจาดี มีกายดี เมื่อเราเห็นความดีของเขาใน ๓ สถานแล้ว เราก็เคารพในความดีของเขา ลอกแบบเอามาใช้ อย่างนี้ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าสรรเสริญว่าอยู่ในเกณฑ์ของความ ไม่ประมาทในความดี ทั้งนี้ก็เพราะว่าองค์สมเด็จพระชินสีห์เอง ท่านทรงเป็นพระอรหันต์พระองค์แรก แล้วต่อมาบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายที่เป็นพระอรหันต์ตาม ก็เพราะมีความเคารพในความดีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า นี่ตัวอย่างที่เราจะพึงมองเห็น ฉะนั้นถ้าหากว่าบรรดาท่านสาธุชนทั้งหลายอ่านไป พิจารณาไป แล้วปฏิบัติไปตามกระแสพระสัทธรรมที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสกับเทวดาใน มงคลข้อที่ ๒๒ นี้ว่า คารโวจ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ซึ่งแปลว่า ความเคารพซึ่งกันและกันเป็นความสุขอย่างสูงสุด ลองเอาของท่านไปคิด ลองเอาของท่านไปปฏิบัติดู ถ้าเห็นว่ากระแสพระสัทธรรมเทศนาของสมเด็จพระบรมครูใช้ไม่ได้ ก็ถือว่าพระพุทธเจ้าใช้ไม่ได้เหมือนกัน แต่หากว่าทุกท่านทั้งโลกต่างคนต่างปฏิบัติตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาข้อนี้ แล้วทุกคนก็มีความสุขดี ตามที่พระพุทธเจ้าตรัส ก็ถือว่ากระแสพระสัทธรรมเทศนาของสมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ใช้ได้ เอาไปปฏิบัติ นี่สำหรับมงคลข้อนี้ก็ว่าไว้แต่เพียงย่อ ๆ เพียงเท่านี้ เพราะไม่มีอะไรมาก ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ