เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

มงคลข้อที่ ๑๒-๑๓ พระบาลีว่า ปุตฺตทารสฺสสงฺคโห เอตมฺมํคลมุตฺตมํ มงคลข้อนี้แปลเป็นภาษาไทยว่า การสงเคราะห์บุตรและภรรยา ท่านจัดว่าเป็นอุดมมงคล สำหรับมงคลข้อนี้พระพุทธเจ้าทรงแนะนำเทวดาว่า ถ้าหากว่าคนทั้งหลายรู้จักสงเคราะห์บุตรและภรรยาให้เป็นสุข นี่เห็นจะเป็นเรื่องของพ่อบ้าน พ่อบ้านที่ต้องสงเคราะห์ลูก แล้วก็สงเคราะห์ภรรยา การสงเคราะห์บุตร สงเคราะห์ภรรยา ก็หมายความว่าพ่อบ้านต้องทำหน้าที่ของพ่อบ้านให้ครบถ้วน คือหมายความว่าการที่พ่อบ้านจะสงเคราะห์ภรรยา เรื่องนี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในคิหิปฏิบัติ มีหลายประการด้วยกัน แต่ว่าจะขอพูดแต่เพียงโดยย่อเพราะนำข้อธรรมะทั้งหมดก็จะเฟ้อเกินไป แล้วอีกประการหนึ่งบรรดาท่านทั้งหลายก็รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่า การจะสงเคราะห์ภรรยาให้เป็นสุข เราก็นึกถึงตัวเราเองก็แล้วกัน การที่จะให้ใครมีความสุขระดับไหน จงคิดว่าเราทำยังไงหรือว่าบุคคลทำประเภทไหน เราจึงจะมีความสุข ก่อนที่จะมองเขา เราควรจะมองเรา สมมติว่าเราเป็นพ่อบ้าน ถ้าเข้ามาในบ้าน ถ้าแม่บ้านทำตนเป็นแม่บ้านที่บกพร่อง ไม่รู้จักกิจที่ตนจะพึงปฏิบัติ เวลาโผล่เข้ามาในบ้านแม่บ้านก็หน้างอ บ้านช่องก็เลอะเทอะ ข้าวปลาอาหารที่จะบริโภคก็ไม่มี สถานที่จะนั่งจะนอนก็เต็มไปด้วยความสกปรก แม่บ้านขาดดูแลทุกอย่างในกิจของตน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าแม่บ้านเป็นคนนอกใจพ่อบ้าน ชอบคบชู้สู่ชาย แบบนี้พ่อบ้านจะพอใจไหม อย่างนี้ก็คงจะตอบกันได้ไม่ยากว่า พ่อบ้านทุกคนไม่พอใจ 

ตานี้ ก็มามองดูตัวของเราบ้างในฐานะที่เป็นพ่อบ้าน ถ้าหากว่าเราเป็นพ่อบ้านที่ไม่สนใจกับแม่บ้าน เงินได้มาเท่าไรก็จับจ่ายไปด้วยเรื่องน้ำเมาบ้าง สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร โบราณท่านว่ายังงั้น เอาไปกินเหล้าเสียตามสบาย ไม่เคยที่จะห่วงแม่บ้าน ว่าภาระอันใดที่แม่บ้านจะต้องรับผิดชอบ แต่ต้องอาศัยทรัพย์ทั้งหลายจากพ่อบ้านเป็นผู้หามา แล้วท่านพ่อบ้านก็เอาเงินจำนวนนั้นไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สุขส่วนตัวเสีย กินเหล้าแบบสบายแล้วก็นารี ข้อที่ ๒ นี้สำคัญมาก ผู้หญิงเขาไม่ชอบให้เราไปคบผู้หญิงภายนอก แบ่งความรักให้กับบุคคลอื่น บางทีก็ไม่ได้แบ่งความรัก ไปซื้อความรักจากเขาชั่วคราว เอาเงินไปจับจ่ายใช้สอยเรื่องการนารีภายนอก ดีไม่ดีก็ซื้อเอาโรคติดเข้ามาด้วย นี่เป็นประการที่ ๒ ประการที่ ๓ ท่านว่าพาชี นี่ภาษิตโบราณนะ พาชีหมายถึงการเล่นม้า เล่นการพนันเนื่องด้วยม้า รวมความเสียว่าการพนันทั้งปวง ที่ต้องทำเงินให้สูญเสียไป กีฬาบัตรก็รวมกันไว้ในที่นี้ เป็นอันว่าเราเป็นคนไม่รู้จักหน้าที่ของพ่อบ้าน ได้ทรัพย์สินมาเท่าไร ไม่นำมาจับจ่ายในครอบครัวของตนตามสมควร ไม่ได้มอบหมายความรักอย่างจริงจังให้แก่แม่บ้าน ไม่ยกย่องสรรเสริญอย่างจริงจังให้แก่แม่บ้าน ไม่ยกย่องสรรเสริญแม่บ้านว่าเป็นคนสำคัญของเรา เห็นแม่บ้านเป็นคนไม่สำคัญ แล้วทรัพย์สินทั้งหลายเหล่านั้นไม่เคยหามาให้ แม้แต่เครื่องประดับก็ไม่เคยซื้อหามาให้ การเอาอกเอาใจก็ไม่มี การทำประเภทนี้มันจะเป็นความสุข หรือความทุกข์ เราก็ว่ากันไป คิดดูเอา นี่ เรื่องของมงคล 

องค์สมเด็จพระทศพลบอกว่า ถ้าหากว่าเราจะหาความสุข คำว่าอุดมมงคลน่ะ ถือว่าเป็นความสุขที่สุด ความสุขอย่างเลิศประเสริฐจริง ๆ เราต้องการเห็นบ้านเป็นสวรรค์เราก็ต้องเอาใจของเราเข้าไปวัดกับใจของแม่บ้าน ถือคติเดิมไว้ว่าก่อนที่เราจะรับคน ๆ นี้มาเป็นแม่บ้านของเรา เราเคยแสดงน้ำใจยังไง ในตอนนั้นบอกว่ารักอย่างยิ่ง มีอะไรก็จะมอบให้ ยกความเป็นใหญ่ให้ หาเครื่องประดับให้ หาความเป็นใหญ่มาให้ จะร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกัน ยากดีมีจน ๒ คนเราจะร่วมกัน ไม่ใช่เราจะหลีกเร้นไปหาความสุข พูดกันเพียงเท่านี้ก็เห็นจะพอเข้าใจ เป็นอันว่าเราทำหน้าที่ของพ่อบ้านที่ดี ได้เงินมาเท่าไร แจ้งให้แม่บ้านรู้ ถ้าบังเอิญที่เราจะนำเงินมามอบให้ครบถ้วนไม่ได้ ก็แจ้งเหตุผลให้ทราบ ว่าเงินที่นำไปจับจ่ายใช้สอยที่มันขาดจำนวนลงไป เพราะอะไรเป็นสำคัญมีอะไรเป็นเหตุ แล้วยิ่งกว่านั้นก็ควรจะยกย่องความดีของแม่บ้าน เพราะว่าหน้าที่แม่บ้านเขามีอะไรบ้าง ความจริงแม่บ้านนี่ ทำงานย่อมไม่เห็นในงาน การจัดงานบ้านนี่เหนื่อยเกือบตาย หนักใจที่สุด แต่ว่ามองไม่เห็นงาน นี่บรรดาแม่บ้านหรือว่าพ่อบ้านที่เคยจัดบ้านทั้งหลาย ย่อมมองเห็น อย่างนี้ก็ควรจะเห็นใจเขา เราจะไปทางไหนมาทางไหนกลับตามเวลา เห็นว่าพูดเพียงย่อ ๆ เท่านี้พอจะเข้าใจ แล้วเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ อย่าทำตนเป็นคนนอกใจแม่บ้าน จะไปคบชู้สู่สาว สาวเล็กสาวใหญ่สาวเก่าสาวใหม่ภายนอก ถ้าจะคบบ้างตามความจำเป็น ก็แจ้งเหตุแจ้งผลให้ทราบ เท่านี้ก็เป็นที่พอใจแล้ว แม่บ้านก็จะชื่นใจ จะมีกำลังใจทำการงานของตน เป็นอันว่าหน้าตาของแม่บ้าน เวลาที่เราจะเข้าบ้าน ก็เห็นบ้านเป็นสวรรค์ เพราะอะไร เพราะกิจการงานในบ้านครบถ้วนบริบูรณ์ บ้านช่องสะอาดการปฏิบัติเอาอกเอาใจของแม่บ้านก็ย่อมปฏิบัติด้วยความดี ด้วยความตั้งใจ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะเราดี ทำตามหน้าที่ครบถ้วน เท่านี้พูดย่อ ๆ จัดว่าเป็นการสงเคราะห์แม่บ้าน 

ตานี้ บุตร การสงเคราะห์ลูก นี่เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเรามีลูกขึ้นมาเพราะอาศัยเราเป็นปัจจัย จะไปนั่งคิดว่าไอ้ลูกหญิงลูกชายนี้เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดน่ะไม่ได้ เพราะเหตุที่ว่าเราทำ เราทำมันจะต้องเกิด เราสร้างเหตุ เราจะถือว่าผมไม่มีนี่มันไม่ได้ เมื่อมีบุตรขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องทำหน้าที่ของพ่อให้เต็มภาคภูมิ หน้าที่ของพ่อนี่ไม่มีอะไรมากนี่ ทรงพรหมวิหาร ๔ เว้นจากความลำเอียงทั้ง ๔ อย่าง เท่านี้พอแล้ว ถ้าท่านยังคิดไม่ออก ก็ไปนั่งนึกเอาเอง ถ้าขืนพูดมากมันก็ไม่เป็นประโยชน์ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงโปรดแนะนำมงคลข้อนี้แก่เทวดา ว่าถ้าบุคคลผู้ใดรู้จักหน้าที่ของตนว่าตนเองเป็นพ่อบ้าน ความจริงก่อนที่จะเป็นพ่อบ้านน่ะ ควรจะศึกษาเสียก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็นึกอยากจะมีเมียกับเขาขึ้นมา เมื่อมีเมียแล้วไม่เคยคิดที่จะมีลูก เมื่อมีลูกโผล่ขึ้นมาเลยไม่รู้ทีท่าว่าการปฏิบัติสงเคราะห์ลูก สงเคราะห์เมียเป็นยังไง ถ้าอย่างนี้จะหามงคลที่ไหน มันก็มีแต่ความจัญไรเข้ามาถึงตัวเท่านั้น เข้ามาในบ้านเมื่อไร เราก็จะเห็นบ้านกลายเป็นเมืองนรกไป ความแช่มชื่นใด ๆ ที่เราคิดว่ามันจะพึงมี มันจะหาได้ที่ไหน ฉะนั้น องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงสงเคราะห์ว่าคนใด ถ้าจะเป็นพ่อบ้าน หรือว่าหญิงใดที่จะเป็นแม่บ้าน ให้ศึกษาภาวะของพ่อบ้านและแม่บ้านให้ครบถ้วน เมื่อถึงเวลา ถึงคราวเป็นพ่อบ้านจริง ๆ เป็นแม่บ้านจริง ๆ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะมีความสุขใจ เพราะต่างคนต่างรู้หน้าที่ของตน 

สำหรับ มงคลนี้ ขอพูดแต่เพียงเท่านี้ เพราะไม่มีอะไรมาก รู้จักตัวเป็นสำคัญ รู้จักการสงเคราะห์เป็นสำคัญ หน้าที่ของตัวนั้นก็คือพรหมวิหาร ๔ กับอคติ ๔ พรหมวิหาร ๔ ทรงไว้ อคติ ๔ ทำลายไปเท่านี้หมดเรื่อง ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ