เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

พระพุทธเจ้าตรัสเป็นพระบาลีว่า วินโย จ สุสิกฺขิโต เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ใช่หรือไม่ใช่ อ๋อดี ใช่แล้ว แปลว่าพระวินัยที่ศึกษาดีแล้ว เป็นอุดมมงคล นี่ไม่ได้ย่องเอตัมมังคลมุตตมัง เดี๋ยวก็ต่อเดี๋ยวก็ไม่ต่อ ก็ถือว่าหลวงตาองค์นั้นมันเป็นคนที่ตกอยู่ในเรื่องของอนิจจัง ความไม่เที่ยงก็แล้วกัน เพราะอะไร เดี๋ยวก็ว่าบาลีเต็มบ้าง เดี๋ยวก็ว่าไม่เต็มบ้าง ก็จะได้รู้ว่าคนเราถ้ามีชีวิตและเลือดเนื้อ ถ้ายังมีเลือดเนื้ออยู่เพียงใด ไม่มีใครเป็นคนเต็มหรือว่าชาวบ้านเขาจะเต็มก็ไม่รู้ ตามใจ แต่ว่าคนพูดนี่ไม่เต็มแน่ ขณะใดที่เรามีเลือดเนื้อทรงกายอยู่ ที่เราเรียกว่าขันธ์ ๕ เป็นอันว่าไม่มีโอกาสจะเต็ม ถ้ามันเต็มจริง ๆ ก็ไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องกินอาหาร เพราะนี่ร่างกายมันไม่เต็ม มันพร่องอยู่ตลอดเวลา ต้องกินอาหารอยู่ตลอดเวลา ก็แสดงว่าร่างกายไม่เต็ม

ตานี้ มาด้านสติ สัมปชัญญะ มันก็ยังต้องนึกต้องคิด ยังป้ำ ๆ เป๋อ ๆ แบบนี้ ก็แสดงว่าเป็นคนสติสัมปชัญญะไม่ค่อยจะเต็ม เรียกว่าไม่ค่อยจะเต็มไม่ค่อยจะถูก ต้องเรียกว่าเป็นคนไม่เต็มบาทไม่เต็มสลึงเสียเลยมันถึงจะถูก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าสิ่งใดบางอย่างที่ชาวบ้านเขาว่าดี หลวงตาองค์นี้ก็ว่าไม่ดี เป็นยังไง ความเกิด ชาวบ้านเขาชอบ นี่เมื่อตอนก่อนก็ชอบเหมือนกัน เวลานี้ไม่ชอบเสียแล้ว เพราะอะไร เกิดมาในตอนต้นก็รู้สึกว่ามันทำท่าจะดี มันมีความเจริญขึ้น แต่เวลานี้ซีมันซวยลงไปทุกที ทรุดโทรมลงไปทุกที จนกระทั่งไม่อยากจะส่องกระจกแล้ว ส่องกระจกทีไร เห็นหัวล้านทุกที มันจะดีตรงไหน นี่ความบกพร่องมันทวีขึ้นมาถึงหัวแล้ว นี่แสดงว่าทั้งตัว เต็มไปด้วยความบกพร่องมันจะเอาอะไรดีกัน อ้าว นี่อย่ามาพูดเรื่องดีไม่ดีเลย เพราะว่ามงคลข้อนี้องค์สมเด็จพระชินสีห์ท่านตรัสว่า การศึกษาวินัยไว้ดี จัดว่าเป็นอุดมมงคล

คำว่าวินัยนี้ ก็แปลว่าระเบียบ ถ้าชาวบ้านชาวเมืองเขาแปลว่ากฎหมาย หรือ กฎข้อบังคับ กฎกระทรวง กฎของกลุ่ม ส่วนใหญ่เขาเรียกว่ากฎหมาย ออกทั่วไปทั้งบ้านเมือง จุดใหญ่จริง ๆ ที่เป็นหัวข้อของกฎหมาย ที่เป็นแม่บทก็คือ รัฐธรรมนูญ อันนี้รวมความว่าวินัย แปลว่าเป็นระเบียบสำหรับปฏิบัติ คนในขอบเขตขัณฑสีมา ที่อยู่ในเขตนั้น ๆ อันนี้สมเด็จพระทรงธรรม์ยังไม่ทรงให้พูดถึงธรรมเบื้องสูง

ตานี้ เรามานั่งคิดดูว่า ถ้าเราเป็นคนมีระเบียบ เรามีขอบเขต เรามีวินัย มันจะเป็นประชาธิปไตยได้ไหม ประชาธิปไตยนี่เขาแปลว่าประชาชนเป็นใหญ่ แต่เขาไม่ได้บอกว่าคนใดคนหนึ่งเป็นใหญ่ หรือว่ามีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นใหญ่ คำว่า ปะ หรือ ประ ซึ่งเป็นสันสกฤต คำว่าปะ เป็นภาษาบาลี ปะเขาแปลว่าทั่วไป เป็นอันว่า คำว่าประชาธิปไตยคนทั่วไปเป็นใหญ่ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งเป็นใหญ่

ตานี้ เราเป็นนักวิจัยนี่ เรามีวินัยดีแล้ว เราจะคิดว่าเวลานี้เป็นสมัยประชาธิปไตย เราทำอะไรเราก็ทำได้ ไม่ต้องมีขอบเขต ไม่ต้องมีกฎหมายเป็นเครื่องบังคับ ไม่ต้องมีกฎข้อบังคับของกลุ่มเป็นเครื่องบังคับ เราไม่ต้องเคารพระเบียบวินัยอะไร นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบ อย่างนี้ เขาไม่เรียกว่าประชาธิปไตย เขาเรียกว่า อัตตาธิปไตย มีตัวเป็นใหญ่ ถ้าทำเฉพาะกลุ่มเขาเรียกว่าคณาธิปไตย มีหมู่คณะเป็นใหญ่ไม่ถูก ไม่ถูกแน่ เวลานี้ประเทศไทยประกาศว่าเป็นประชาธิปไตย ต้องคนทุกคนเป็นใหญ่ ใหญ่หมด ถ้าคนทุกคนเป็นใหญ่เสียจริง ๆ แล้วสบาย ไม่มีใครเป็นเด็ก ไม่มีขอบเขตเป็นการบังคับบัญชา เอามันเสียให้ใหญ่เต็มโลกไปเลย วิธีที่คนเขาจะใหญ่เขาทำกันยังไง ความมีระเบียบวินัย ใครมีระเบียบวินัยคนนั้นน่ะแหละเป็นใหญ่ ตานี้ระเบียบวินัยของชาวโลกมันมียังไงจะพูดให้ฟัง เรียกว่าชาวโลกก็ดี ชาวธรรมก็ดี แม้แต่สัตว์เดียรัจฉานต้องการวินัยเสมอกันเข้าใจไหมล่ะ นี่แหละคนทั้งโลกนี่แหละ ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทย แม้แต่สัตว์เดียรัจฉานก็เหมือนกัน ต้องการวินัย มีวินัยที่มีความพอใจเสมอกันอยู่ พูดอย่างนี้เข้าใจหรือยัง ถ้าไม่เข้าใจละก็จะพูดให้ฟัง คือวินัยแปลว่าระเบียบ เป็นเครื่องที่เราต้องการให้มีอยู่กับเราและบุคคลอื่น เฉพาะอย่างยิ่ง เอากับเราก่อน เราต้องการอะไรบ้าง และเราไม่ต้องการอะไรบ้างที่เป็นวินัยของชาวโลก วินัยของชาวโลกที่มีขอบเขตเฉพาะก็คือ
๑ เรามีร่างกายขึ้นมาแล้ว เราไม่ต้องการให้ใครมาประทุษร้ายร่างกายเราให้บอบช้ำ หรือว่าทำลายอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของเราให้ขาดหายไป หรือมาทำร้ายร่างกายเราต้องเสียชีวิต นี่เป็นวินัยของคนและสัตว์ที่มีความต้องการเสมอกัน ใช่ไหม ใช่หรือไม่ใช่ก็ตอบเอาเอง เพราะเวลานี้ท่านอ่านหนังสือนี่ ตอบมาเท่าไรหลวงตาองค์นี้ก็ฟังไม่รู้เรื่อง ถามตัวเองซิว่าต้องการอย่างนั้นใช่ไหม

วินัยข้อที่ ๒ ทรัพย์สมบัติทั้งหลายของเราที่มีอยู่ เราไม่ต้องการให้ใครมายื้อแย่งลักขโมยคดโกง ใช้อำนาจราชศักดิ์มาข่มขู่เอาไป อย่างนี้เป็นวินัยข้อที่ ๒ ของทั้งคนและสัตว์เดียรัจฉาน ท่านมีความเห็นด้วยไหม

ข้อที่ ๓ คนที่เรารัก จะเป็นผัวก็ตาม เมียก็ตาม ลูกก็ตาม ข้าทาสหญิงชายก็ตาม บุคคลที่อยู่ในบังคับบัญชาก็ตาม ที่เราปกครองอยู่ เราไม่ต้องการให้ใครมาละเมิดสิทธิ์อย่างนี้ใช่ไหม นี่พูดสำหรับคนที่จะพอเป็นคนนะ แต่ไอ้คนไม่เต็มคน หรือไม่เต็มบาทไม่เต็มสลึง นี่ไม่พูดด้วยหรอก เอาละว่าคนเต็มคนมีสติสัมปชัญญะรับผิดชอบตามสมควรนี่เราต้องการอย่างนี้ใช่ไหม แล้วประการที่ ๔ เรื่องที่เป็นงานเป็นการ เราไม่ต้องการให้ใครมาโกหกมดเท็จเรา ยังงี้ใช่ไหม หรือต้องการให้ชาวบ้านเขามาโกหก ถามว่าวันนี้ฝนตกไหม เราต้องการฝน แต่ชาวบ้านเขาอยู่ฝ่ายอุตุเขารู้ว่าฝนไม่ตก แต่เขาบอกไม่เป็นไรหรอก วันนี้ฝนตกแน่ อย่าไปทำการทำงานที่ไหน อย่าออกจากบ้านไปนะ เปียกยับเยินเลย ตานี้เราก็เลยไม่ไปแท้ที่จริงฝนไม่ตก ไอ้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ที่เราจะพึงได้มันก็สลายตัวไป เป็นอันว่าวาจาอย่างนี้เป็นการทำลายประโยชน์ เราต้องการไหม ถ้าคนเต็มคนนะ หรือว่าคนค่อนคนแต่ไอ้คนที่ไม่ถึงครึ่งคนนี่ไม่พูดด้วยหรอก เพราะว่าคนพูดนี่ก็ไม่ค่อยจะเต็มอยู่แล้ว ถ้าดันไปพูดกับคนที่ไม่ค่อยจะเต็มขึ้น มันก็พากันไม่เต็มใหญ่

ตานี้ ข้อสุดท้าย ใครอยากเป็นคนบ้าบ้าง มีไหม ถามจริง ๆ ว่าคนทุกคนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นี้ นึกภาวนาอยากให้ตนเป็นคนบ้าบ้างไหม เป็นอันว่าอารมณ์ทั้ง ๕ ประการนี่ เป็นความต้องการของคนและสัตว์ทั้งหมด ที่รู้ว่าสัตว์ต้องการก็ลองคิดดูซิว่า ถ้าเราจะไปฆ่ามัน มันวิ่งหนีโทง ๆ นี่ ถ้ามันอยากให้เราฆ่ามัน มันจะหนีทำไม เว้นไว้แต่มีคนใจเลวเท่านั้น ที่คิดว่าสัตว์เดรัจฉานเป็นอาหารของคน คนที่ไม่มีระเบียบวินัย


ตานี้ ระเบียบวินัย ๕ อย่างนี้พอ พอแล้ว ไม่ต้องไปเอาระเบียบวินัยที่ไหนมาเขียนกันอีกหรอก มาเขียนกันให้เกือบตาย ไม่มีคนปฏิบัติมันก็เอาความดีไม่ได้ เวลานี้กฎหมายนับมาตราไม่ถ้วน ออกกันมาตั้งเยอะแยะ แต่คนในตะรางก็นับไม่ถ้วนเหมือนกัน คนเกกมะเหรกเกเรก็นับไม่ถ้วน ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ คำว่ากฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์นี่ ความจริงได้ยินเขาว่ากันน่ะ ไม่รับรองหรอก เดี๋ยวจะมาจับกันไปเข้าตะรางนี่ไม่ชอบเหมือนกัน เขาบอกว่าคนออกกฎหมายน่ะแหละไม่ค่อยจะปฏิบัติตามกฎหมาย เขาลือกันนะ เขาลือกันจนกระทั่งคนบ้านนอกคอกนาเขารู้หมด คนในป่งในป่า เขาร่ำเขาลือกัน ว่าคนออกกฎข้อบังคับก็ดี กฎหมายก็ดี ไม่ค่อยประพฤติตามกฎหมาย เขาว่ากันยังงั้น จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ ตานี้ คนที่ชอบออกกฎหมาย ออกข้อบังคับนะ ถ้าได้ยินเขาลือกันแบบนี้ละก็ หากว่าท่านเองเป็นนักออกกฎหมาย ออกกฎข้อบังคับท่านปฏิบัติเสียให้เคร่งครัด ชาวบ้านเขาจะได้ไม่นินทา ไอ้ที่เขาลือกันว่าคนที่ออกกฎหมายน่ะแหละ เป็นคนละเมิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วจะให้ใครปฏิบัติตามกฎหมายได้ล่ะ ตัวอย่างเช่น ของเขาสั่งมาจากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีมาก ประมาณสัก ๑๐๐ ล้าน แล้วคนที่ออกกฎหมาย แล้วมีอำนาจควบคุมกฎหมาย แนะนำเขา บอก นี่ แกไม่ต้องไปเสียภาษีทั้ง ๑๐๐ ล้านหรอก แกมาเสียภาษีให้ฉัน ๕๐ ล้าน แล้วก็เสียภาษีให้ประเทศชาติเสีย ๑๐ ล้าน แกก็งดการเสียภาษีไป ๔๐ ล้าน เอาไหม ถ้าไม่เอา ดีไม่ดี ของนี่เข้ามาไม่ได้นะ ฉันห้ามเข้า เขาลือกันนะ อย่างนี้เขาลือกัน ก็เป็นอันว่าคนนั้นก็ต้องเอาซิ เขามีอำนาจนี่ ตัวเองก็มีกำไร นี่เขาลือกันว่าคนออกกฎหมายน่ะ ไม่ค่อยปฏิบัติตามกฎหมายกัน เขาว่าอย่างนั้นจริงหรือไม่จริงก็ไม่ทราบ นี่พูดให้ฟัง แล้วคำพูดนี่ก็เป็นตัวหนังสือ นักกฎหมายจะได้เข้าใจ แล้วได้ยินไว้บ้าง ว่าไอ้ที่เขาลือแบบนี้มันจริงหรือไม่จริง ถ้าไม่จริงจะได้แถลงการณ์ให้เขาทราบ บอกเปล่า ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น ฉันเป็นผู้ออกกฎหมาย ออกกฎข้อบังคับก็ดี หรือว่าเป็นผู้รักษากฎหมาย รักษากฎข้อบังคับก็ดี พวกฉันทุกคนนี้ปฏิบัติในขอบเขตของกฎหมายทุกคน บอกเขาเสียให้รู้ เขาจะได้คลายความเข้าใจผิด

ตานี้ องค์สมเด็จพระธรรมสามิตบอกว่า ถ้าคนเรามีระเบียบวินัยดี คือว่าระเบียบวินัยจริง ๆ เอาแค่ ๕ ข้อเท่านี้แหละ กฎหมายไม่ต้องเขียนหรอก ไม่ต้องมีกฎหมาย ไม่ต้องมีข้อบังคับอะไร เอาวินัยที่สัตว์และชาวบ้านทุกคนชอบ ว่าเราไม่ต้องการให้ใครเขามาทำร้ายเรา มาฆ่าเรา เราก็ไม่ทำเขา ถ้าเราไม่ชอบ เขาก็ไม่ชอบ เราไม่ลัก ไม่ขโมย ไม่คดโกงใคร เราก็ไม่คดโกงคนอื่น เพราะคิดว่าเราไม่ชอบ เขาก็ไม่ชอบ เราไม่ต้องการให้ใครมาละเมิดความรักเรา เราก็ไม่ละเมิดความรักผู้อื่น เราไม่ต้องการให้ใครมาโกหกเรา เราก็ไม่โกหกคนอื่น เราไม่อยากบ้าเราก็ไม่หาเชื้อบ้าเติมเข้าไปในร่างกาย ซึ่งทำใจให้วิปริต ได้แก่น้ำเมาต่าง ๆ ที่ทำสติสัมปชัญญะให้ฟั่นเฟือน เราก็ไม่ดื่มมันเสีย เป็นอันว่าการมีอารมณ์อย่างนี้ ก็คือเป็นคนมีอารมณ์ประกอบไปด้วยเมตตาหรือที่เรียกว่ามีพรหมวิหาร ๔ คนที่ขาดเมตตา ขาดพรหมวิหาร ๔ มีวินัยไม่ได้ ไม่มีกฎหมาย เขียนเท่าไหร่ ๆ ให้เขียนยันตายก็ไม่มีใครเขาปฏิบัติ

ฉะนั้น องค์สมเด็จผู้ ทรงสวัสดิ์จึงแนะนำชาวบ้านธรรมดา รักษาวินัย ๕ ข้อเท่านี้เป็นอุดมมงคล เพราะอะไร เพราะโลกนี้ทั้งโลกไม่มีใครทำร้ายกัน ไม่มีใครฆ่ากัน ไม่มีใครยื้อแย่งทรัพย์สินของกันและกัน ไม่มีใครทำลายจิตใจซึ่งกันและกัน ไม่มีใครโกหกไม่มีคนบ้า พอหรือยัง เป็นอันว่าความเห็นของคนเขียน เอ้ย ขอโทษคนเขียนนี่เจ้ากรมเสริม ความเห็นของคนพูด พูดให้เจ้ากรมเสริมเขียน เป็นอันว่า มีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าให้มีวินัย ถ้าเราศึกษาวินัยเข้าใจดีแล้ว คำว่าศึกษานี่ สร้างความรู้สึกไม่ใช่ท่องจำคำว่าศึกษาวินัยดีแล้วตามที่พระพุทธเจ้าต้องการก็สร้างความรู้สึก ไม่ใช่มานั่งท่องจำกันเมื่อความรู้สึกมีอย่างนี้ก็มีความรู้สึกว่าคนอื่นเขามีความต้องการอย่างนั้นเหมือนกัน แล้วก็ปฏิบัติได้ด้วย นี่ที่เรียกว่าศึกษาดีแล้วน่ะศึกษาจำได้ด้วย มีความรู้สึกตามนั้นปฏิบัติได้ด้วย ชื่อว่าเป็นผู้มีวินัยดี อย่างนี้องค์สมเด็จพระชินสีห์ตรัสว่าเป็นอุดมมงคล เพราะว่ามีความสุขใครคนไหนล่ะมีความสุข เราซี คำว่าเรานี่ เป็นศัพท์ที่ใช้สำหรับคนทุกคน และสัตว์ทุกตัว ขึ้นชื่อว่าเราหมดทั้งโลกนี่น่ะ ถ้าต่างคนต่างมีวินัยดีแล้วมีความสุขทั้งโลก

นี่ชาวบ้านเขาบอกว่า ศาสนาเป็นเครื่องบั่นทอนความเจริญของประเทศชาติ ลองคิดดูว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ โดยเฉพาะคำว่าวินัยอย่างนี้น่ะ ทำให้ประเทศชาติเจริญ หรือประเทศชาติเสื่อม? ถ้าทุกคนมีวินัยดีแล้ว ตำรวจไม่ต้องมี ไม่ต้องเสียสตางค์จ้างตำรวจ ทุกคนไม่ต้องเสียภาษีเพื่อเอาสตางค์ไปจ้างตำรวจ แล้วทำยังไงล่ะ เศรษฐกิจมันก็ดีขึ้นอีกหน่อย ถ้าหากมีวินัยดีแบบนี้ ไม่ต้องจ้างทหาร ทหารไม่ต้องมีงบประมาณซื้ออาวุธ งบประมาณในการจ้างคนเป็นทหารไม่ต้องมี ปีละเท่าไหร่ ตานี้ งบประมาณในการจ้างคนมาปกครองคน คนปกครองคนนี่สงสัยเหมือนกันนะ บางคนก็ปกครองตามวินัย บางคนก็แหกวินัยเสียเยอะเหมือนกัน นี่เจอะมาหลายรายเต็มทีแล้ว เวลานี้ก็ยังพบ แหม มีขีดบนบ่า ๓ ขีดเท่านั้นแหละ ทำท่าเหมือนกันศาสดา ยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ เบ่งเสียเหลือเกิน ว่าคนที่ไม่มีวินัยนี่ เขาเอามาปกครองคนกันได้ยังไง ก็เอาคนเลวประเภทนี้มาปกครองคน คนดีมันจะมีความสุขได้ยังไง นี่แหละ คนที่ไม่มีวินัยจะอยู่ในขอบเขตไหน มันสร้างแต่ความซวย นี่ถ้าคนทุกคนมีวินัยเสียแล้ว ก็ไม่ต้องจ้างคนประเภทนี้มาปกครองคน แล้วก็คนทุกระดับชั้นน่ะไม่ต้องมี ภาษีอากรไม่ต้องเก็บหรอกเงินดาวเงินเดือนใครก็ไม่มี ตานี้ ไอ้เงินที่เราหาได้นี่มันจะสร้างความสุข สร้างความเจริญขึ้นขนาดไหน

เห็นไหม เห็นหรือยัง มันเป็นอย่างนี้นะ ไม่ใช่คนเข้าถึงพระศาสนาขององค์สมเด็จพระชินสีห์ทำให้บ้านเมืองย่อยยับ แต่ความจริงคนที่เขาประกาศว่าเขาเป็นพุทธศาสนิกชน แล้วก็ทำตนให้บ้านเมืองย่อยยับน่ะ ไอ้เจ้าคนประเภทนี้เป็นคนแอบแฝง เอาศาสนาบังหน้า จะเป็นคนผมยาวก็ตาม จะเป็นคนโกนหัวก็ตาม เหมือนกัน ไม่สำคัญเพราะเจ้าพวกนี้มันไม่ได้เชื่อพระพุทธเจ้า ไม่ได้เคารพพระพุทธเจ้า ไม่ได้ปฏิบัติตามวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงสอน แล้วแอบอ้างว่านี่เป็นคนนับถือพระพุทธศาสนา หรือบางทีก็นี่ฉันนับถือศาสนาอะไรต่อศาสนาอะไร พระเจ้าองค์นั้น พระเจ้าองค์นี้ แต่ว่าไม่ได้ทำความดีตามพระพุทธเจ้าสั่งสอน หรือพระเจ้าองค์นั้นสั่งสอน ก็เลยทำให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเห็นว่าเรื่องของศาสนานี่ เป็นการบั่นทอนความเจริญของประเทศชาติ

ตานี้ หากว่าพวกเราจะปฏิบัติตามวินัยกันเสียหมดทุกคน เห็นไหมว่างบประมาณของประเทศที่จ้างคนมาควบคุมเรา จ้างคนมาควบคุมระเบียบ มาสร้างระเบียบกัน รัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายก็ดี กว่าจะออกมาได้แต่ละฉบับ หมดเปลืองสตางค์ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ จ้างคนมารักษาความปลอดภัยของพวกเรา ดีไม่ดีพ่อเทวดาพวกนี้ก็กลายเป็นโจรไปเสียเองมีเยอะ พูดนี่ไม่กลัวใครหรอก กลัวทำไมล่ะ ก็คนที่ถูกฟ้องถูกร้องที่ควบคุมระเบียบวินัยคือกฎหมาย ที่เข้าคุกเข้าตะรางไปเพราะอะไร เพราะพวกนี้มาควบคุมเราหวังจะให้พวกเรามีความสุข แต่เขากลายเป็นโจรปล้นความดี คือ ทำลายระเบียบวินัยและกฎหมายที่ออกมาและเขาก็ควบคุมอยู่ อย่างนี้ใคร ๆ ก็รู้ ถ้าหากว่าเราทุกคนมีวินัยเสีย ๕ ข้อเท่านั้นแหละ ลูกจ้างทั้งหลายเหล่านี้ทั้งหมดที่จ้างมาบังคับขู่เข็ญคดโกง บีบบังคับเรา ไม่ต้องจ้าง แล้วก็งบประมาณทั้งหลายเหล่านี้ทั้งหมด เราใช้ปีละเท่าไหร่ เป็นอันว่าเงินทั้งหมดทั้งหลายเหล่านี้ไม่ต้องจ่ายไป ยังอยู่กับพวกเรา นี่ บ้านเมืองของเราจะเจริญขึ้นหรือจะเสื่อมลงคนในบ้านเมืองเราจะมีความสุขหรือความทุกข์ ไปนั่งเอาเท้าก่ายหน้าผากตรองกันเอง อ้าวขอโทษผิดไปแล้วกระมัง การที่จะเอาเท้าก่ายหน้าผากได้นี่มันลิงน่ะ แต่คนพูดนี่ หลวงพ่อท่านให้นามว่าลิงดำ เคยเอาเท้าก่ายหน้าผาก ทีนี้บรรดาพวกท่านทั้งหลายไม่ใช่ลิง เอามือก่ายหน้าผากก็แล้วกัน อย่าทำอย่างลิงเลย เป็นอันสรุปใจความว่ามงคลข้อนี้ ที่พระพุทธเจ้าบอกว่าการที่มีวินัยศึกษาดีแล้ว และปฏิบัติดีด้วย คำว่าศึกษาดีนี่ต้องปฏิบัติดีด้วย ทำให้พวกเราทั้งหมดเป็นประชาธิปไตยใช่ไหม ไม่ใช่คณาธิปไตย คือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นใหญ่ หรือบุคคลาธิปไตยบุคคลใดคนหนึ่งเป็นใหญ่ ถ้าเราจะเป็นประชาธิปไตยกันจริง ๆ ละก็ นี่ เราใช้ธรรมนูญ ๕ ข้อนี้เป็นเครื่องบังคับใจเราปฏิบัติแล้วปฏิบัติให้ได้ ถ้าทุกคนปฏิบัติได้จริง ๆ ละ กฎหมายทั้งหมด เลิก ไม่ต้อง ไอ้คนที่จะโกงเราที่ไหนมันจะมี จะมาตีเราก็ไม่มี จะมาฆ่าเราก็ไม่มี หรือจะมาคดโกงทรัพย์สินเราก็ไม่มี จะมาข่มเหงน้ำใจเราก็ไม่มี จะมาโกหกมดเท็จเราก็ไม่มี คนบ้าก็หาไม่ได้ในโลก ฮึ ไม่ต้องไปเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญกันให้เสียเวลา เสียค่าจ้าง จ้างแล้วก็เอาดีไม่ได้ ทำไป ๆ เดี๋ยวก็ฉีกทิ้ง อ้าว ไม่ดี ฉันไม่ชอบใจ เอาใหม่ รัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายก็ดี เหมือนกันเสื้อกางเกงอันนี้หลวงโกวิทอภัยวงศ์ เคยพูดไว้ในสมัยโน้น สมัยนั้น ย่อง ๆ ไปพบกับท่านวันหรือสองวัน ไม่ใช่วันหรอก ประเดี๋ยวเดียว ไปยังไงก็ไม่รู้ไปชนกันเข้า เอาบอกนี่นายควงศาวาส เวลานั้นลูกระเบิดลง ท่านเป็นนายก วิ่งปรึ้ดมาถึงเลย เห็นคนป่วยเข้าจับคนป่วยเลือกโชกยกขึ้นรถของท่าน ไม่ยักกลัวรถเปื้อน เอาเอง ยกเอง ช่วยเขายกเขาหามเอง เห็นนายกเทศมนตรีติดบ่าเหลือง ชี้หน้าเลย ว่า เทศมนตรีอย่างนี้เขาไม่ตั้งไว้เป็นเจ้าคนนายคนนะ นี่ คนป่วยเดินอยู่เยอะแยะ นอนร้องครวญคราวกันอยู่แบบนี้ มายืนมือไพล่หลังนี่ไม่ทำหน้าที่ของตัว ตัวเป็นลูกจ้างนี่ แหม พ่อดุจริง ๆ นี่เขาจ้างไว้ให้ปฏิบัติให้ช่วยคนมีความทุกข์ นี่ มายืนมือไพล่หลังแบบนี้มันใช้ไม่ได้ บ่าเหลือง ๆ ติดไว้ทำไมโยนทิ้งไป ถ้าทำไม่ได้ไม่ต้องเป็นมัน โอ้โฮ ดุจัง แกดุจัง แกยกขึ้นรถเอง เลยถามว่า นี่ท่านนายกไม่กลัวรถเปื้อนเรอะ แกหันมามองแล้วก็ยกมือไหว้ บอกรถเปื้อนไม่เป็นไรครับชีวิตของคน ความทุกข์ของคนนี่สำคัญ เวลานี้เขาจ้างผมเป็นหัวหน้าคน คนรับใช้ แหม ท่านพูดถูกใจ นี่ชาวบ้านเขาจ้างผมเป็นหัวหน้าคนรับใช้นะครับ นี่ผมมารับใช้ตามหน้าที่ก็นึกเอออีตาคนนี้แปลก นี่มีแต่คนเขาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาตั้งท่าเป็นนายคนกัน นี่ตัวแกเองบอกเป็นหัวหน้าคนรับใช้ แน่ เอายังงั้นเสียด้วย ก็เลยคุยกันไป เมื่อเขาเอาคนเจ็บไปหมดแล้ว คุยสนุกจัง แกไม่ได้คิดว่าไอ้เจ้าพระหัวโล้นหัวล้านคนนี้ไม่มีศักดิ์ศรีอะไร ไปนั่งคุยกับมันทำไม ไปยืนคุยกับมันทำไม แกก็นั่งปุ๊ลงไปที่สนามหญ้า ไม่มีอะไรรองหรอก พวกเราก็นั่งล้อมรอบ ชาวบ้านก็นั่งล้อมกรอบกันคุยฮา ๆ ๆ แกก็เลยบอกว่าไอ้กฎหมายวินัย รัฐธรรมนูญนี่มันไม่มีความสำคัญหรอกครับ เราบอก เอ ถ้าไม่สำคัญละก็จะมีไว้ทำไมล่ะ แกก็บอกว่ารัฐธรรมนูญก็ดี หรือกฎหมายก็ดี มันก็เหมือนกับเสื้อกางเกง ไอ้คนใช้เสื้อใช้กางเกงน่ะ เสื้อผ้ามันจะดีขนาดไหนก็ตาม ถ้าไอ้คนสวมเสื้อสวมกางเกงมันไม่ดีแล้ว ไอ้เสื้อไอ้กางเกงทำอะไรไม่ได้เลยครับ แล้วก็บอกมันว่าไอ้เสื้อกางเกงนี่บังคับให้มันทำ ไปโทษตัวหนังสือเสียอีก แต่ความจริงความดีหรือไม่ดีนี่มันอยู่ที่คนครับ ไม่ใช่อยู่ที่ตัวหนังสือ คือไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ หรืออยู่ที่กฎหมายเสมอไป ความจริงรัฐธรรมนูญกฎหมายน่ะดี หรือว่านโยบายของรัฐบาลน่ะดี แต่ว่าต้องปฏิบัติตามนโยบาย ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตามกฎหมาย เวลานี้ที่มันดีไม่ได้ก็เพราะว่ารัฐบาลมีนโยบายแบบนี้แล้ว แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบาย ถือว่ารัฐบาลมีนโยบายแบบนั้นจริง ปฏิบัติตามนั้นจริงสั่งออกมาแล้ว แต่คนรับสนองในการปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติตามขอบเขตของกฎหมายหรือกฎข้อบังคับ ว่ารัฐบาลสั่งอย่างไหนต้องทำอย่างนั้น นี่มันอยู่ตรงนี้นาครับ ดีไม่ดีนี่มันอยู่ที่คนไม่ใช่อยู่ที่ตัวหนังสือ ตัวหนังสือจะเขียนไว้ยังไงก็ได้ หรือไม่เขียนเลยก็ได้ ถ้าคนทุกคนดีเสียแล้วมันก็หมดเรื่องกัน แหมนี่ คุณควงหรือหลวงโกวิทอภัยวงศ์ แกพูดตรงกับพระพุทธเจ้าจริง เพราะว่าพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่า ไอ้คนเราน่ะดีไม่ดีมันอยู่ที่ความประพฤติ คือมีระเบียบวินัย

ฉะนั้น เวลานี้เป็นประชาธิปไตย ชื่อนะ แต่เห็นว่าคณาธิปไตยออกเกะกะ ๆ ตามหัวเมืองเต็มไปหมด แต่บางทีมอง ๆ ไปแล้วกลายเป็นพาลาธิปไตยไป คือคนพาลเป็นใหญ่สร้างความเดือดร้อนให้เกิดกับบรรดาประชาชน ใครบ้างก็ไม่รู้ อยากจะดูก็ดูเอา อยากจะรู้ก็ดูกันไป เป็นอันว่าเรื่องวินัยขององค์สมเด็จพระจอมไตรก็ยุติกันไว้แต่เพียงเท่านี้ ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ