เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ต่อจากนี้ไปจะพูดถึงมงคลที่ ๖ ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับเทวดาในมงคลที่ ๖ นี้ มีพระบาลีว่า อตฺตสมฺมาปณิธิ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ ซึ่งแปลว่า การตั้งตนไว้ชอบ จัดว่าเป็นอุดมมงคล

คำว่าตั้งตนไว้ชอบ หมายความว่าตั้งตนไว้แล้วด้วยดี ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรม ไม่ผิดกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ผิดกฎข้อบังคับของหมู่คณะที่ตั้งไว้ ฉะนั้น คำว่าตั้งตนไว้ชอบ ไม่ได้หมายความว่าตั้งตนไว้ตามชอบใจของตน ถ้ามีความคิดแบบนี้ก็ถือว่า มีอารมณ์ไม่เข้าถึงมงคลตามที่พระพุทธเจ้าทรงหวัง ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับเทวดา หรือว่าเทศน์ให้เทวดาฟังก็หมายความถึงว่าการตั้งตนไว้ชอบตามระเบียบวินัยนั่นเอง

ทีนี้ท่านที่ตั้งตนไว้ชอบส่วนมากพวกเราก็ทราบกันอยู่แล้ว ว่าการตั้งตนแบบไหนชอบการตั้งตนไว้ชอบนี้ ถ้าจะพูดก็เห็นจะต้องพูดกันแต่เพียงโดยย่อว่าคือ ๑ จงรักษาระเบียบวินัยของหมู่คณะ และของกลุ่ม ของพื้นที่ของประเทศ ของโลก จงอย่าเป็นบุคคลผู้ฝืนระเบียบและวินัย ความจริงการประพฤติตนตามวินัยพระพุทธเจ้าตรัสไว้อีกส่วนหนึ่ง แต่ก็เนื่องถึงกันกับการตั้งตนไว้ชอบ

ตานี้ มาพูดกันให้ฟังชัด ๆ ถึงชาวโลก ถ้าเราจะตั้งตนไว้ชอบตามระบบของชาวโลกนี่ พระพุทธเจ้าทรงสอนธรรมะเบื้องต่ำ ก็ต้องมีความรู้สึกว่าถ้าเราเป็นเด็ก จงอย่าตีตนเสมอผู้ใหญ่ ถ้าเราเป็นลูกก็อย่าทำตนเสมอด้วยพ่อแม่ ถ้าหากว่าเราเป็นพ่อบ้านแม่เรือน จงอย่าตีตนเสมอผู้ใหญ่บ้าน เราเป็นผู้ใหญ่บ้านอย่าทำตนเสมอกำนัน ถ้าเราเป็นกำนันอย่าทำตนเสมอนายอำเภอ ถ้าเราเป็นนายอำเภอ อย่าตีตนเสมอผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดอย่าตีตนเสมอท่านอธิบดี ท่านอธิบดีก็อย่าตีตนเสมอท่านปลัดกระทรวง ท่านปลัดกระทรวงก็อย่าตีตัวเสมอท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็อย่าตีตนเสมอท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีจงอย่าคิดว่าเราดีกว่าพระเจ้าแผ่นดิน หรือว่าเสมอพระเจ้าแผ่นดิน ถ้ามีความเห็นอย่างนี้ก็ชื่อว่าตีตนไว้ชอบ หรือตั้งตนไว้ชอบตามระบอบที่พระพุทธเจ้าตรัส

ทีนี้เราก็มาลองนั่งคิดกันดู ว่าการที่พระพุทธเจ้าตรัสแบบนี้มีประโยชน์อะไรบ้าง หากว่าคนทุกคนรู้ตัวว่าตนมีสภาวะเช่นไร หรือว่ามีหน้าที่เช่นไร มีศักดิ์ศรีประการใด รักษาศักดิ์ศรีไว้โดยเฉพาะ เท่านี้เราก็มีความสุข ถ้าหากว่าเด็กทำตนเสมอด้วยผู้ใหญ่หรือทะนงตนคิดว่าตนดีกว่าผู้ใหญ่ นั่นเป็นความโง่ของเด็ก ถ้าจะพูดกันอีกทีก็คือเป็นความจัญไรของเด็ก เพราะเด็กคนนั้นจะหาความเป็นมงคลแก่ตนไม่ได้ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าท่านผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กตีตนเสมอหรือว่าตั้งตนเสมอผู้ใหญ่ เป็นการลบหลู่ดูผิด ไม่ใช่คำว่าดูถูก ดูผิดคิดไม่ชอบ เพราะว่าตัวเองยังไม่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าผู้ใหญ่ย่อมผ่านโลกมามาก เห็นดีเห็นชอบมามาก คำว่าผู้ใหญ่ในที่นี้ ก็หมายความถึงว่าคนที่ตั้งอยู่ในพรหมวิหาร ๔ แล้วก็เว้นอคติ ๔ นี่พระพุทธเจ้าจึงตรัสถึงคนประเภทนี้ว่าเป็นผู้ใหญ่ คนที่มีอายุมาก แต่ขาดพรหมวิหาร ๔ แล้วตั้งอยู่ในอคติ คือความลำเอียงเที่ยงธรรม คนประเภทนี้จะแก่เหลาเหย่ขนาดไหนก็ตามที องค์สมเด็จพระชินสีห์ไม่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่า เป็นคนแก่ก็จริงแหล่ แต่ทว่าจิตใจไม่อยู่ในความทรงคุณธรรมของความเป็นผู้ใหญ่ นี่คนที่เป็นผู้ใหญ่แบบนี้ ถ้าเราเป็นเด็กกว่าจะเป็นเด็กขนาดไหนก็ตาม ถ้าหากว่าเราไปทำตั้งตนเสมอท่าน ก็แสดงว่าเราเลวเกินไป แต่ถ้าบังเอิญ ท่านผู้ใหญ่ท่านจะถ่อมตนมาเสมอด้วยเด็ก เรียกว่าท่านไม่ถือตัวถือตนสังสรรค์กับเด็กได้คล้าย ๆ กับคนเสมอกัน อันนี้เป็นความดีของท่านผู้ใหญ่

ถ้าเราพูดกันง่าย ๆ เอากันให้เห็นชัด ๆ พระมหากษัตริย์ จัดว่าเป็นประมุขของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเวลานี้ คนเทิดทูนพระมหากษัตริย์มาก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน นี่เราพูดกันสมัยรัชกาลที่ ๙ สำหรับองค์ที่ล่วงมาแล้วจะเป็นยังไงนั่นไม่สำคัญ คำว่าไม่สำคัญนั่นหมายความว่า เพราะเวลานี้เราไม่ได้เกิดในสมัยของท่าน และองค์ที่จะขึ้นต่อไปข้างหน้าก็ยังถือว่าไม่สำคัญ เพราะเวลานี้ท่านยังไม่ได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ พระพุทธเจ้าทรงมีความตั้งใจอยู่อย่างเดียว การสอนพุทธบริษัทให้ตั้งอยู่ในมงคล หรือว่าเป็นคนที่มีมงคล ก็คือถืออารมณ์ปัจจุบันเป็นสำคัญ คำว่าปัจจุบัน แปลว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่อีกสักครู่หนึ่งข้างหน้าหรืออีกประเดี๋ยวหนึ่ง หรือว่าวันหน้า คำว่าปัจจุบันคิดไว้เดี๋ยวนี้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ถ้าเราจะพูดกันตามแบบธรรมก็เรียกว่าพระองค์ทรงทศพิธราชธรรมเป็นอย่างดี ทำไมถึงว่าเป็นอย่างดีก็เพราะว่าเท่าที่เห็นเท่าที่รู้ พระมหากษัตริย์องค์นี้มีความอดกลั้นจิต ทรงจิตไว้ในธรรมได้อย่างดีมาก ตามที่ทราบมาในสมัยก่อน ๆ เอากันอย่างง่าย ๆ เห็นชัด ๆ ที่พระมหากษัตริย์ทรงทำได้ดีกว่าพวกเราหลายคน นั่นก็คือพระองค์ทรงมีเอกอัครมเหสีพระองค์เดียว คือพระบรมราชินีนาถ พระองค์ไม่ได้เคยมีพระสนมนารีที่ไหนอีก แต่ความจริงส่วนลึกภายในที่อาตมาพูดก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่ทราบกัน ไม่เคยมีข่าวเข้าหู ว่าพระมหากษัตริย์องค์นี้ทรงเจ้าชู้ มีพระสนมนารีไว้ภายนอก แล้วการที่ไม่รู้นี่ก็คิดว่าไม่มี ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าโลกเราขึ้นชื่อว่าความลับมันไม่มี ตามที่สมเด็จพระชินสีห์ตรัสไว้ว่า นัตถิ โลเก รโหนามะ ความลับต่าง ๆ ไม่มีในโลก ใครจะไปมั่วสุมความดีความชั่วกันอยู่ที่ไหนไม่เกินวิสัยของมนุษย์ที่จะพึงรู้ได้ แต่ว่าพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน พระองค์ทรงอดใจไว้ได้ มีแต่เอกอัครมเหสีพระองค์เดียว นี่เราถือว่าพระมหากษัตริย์องค์นี้ตั้งตนไว้ดีโดยเฉพาะข้อที่ ๑ ตานี้ข้อที่ ๒ พระมหากษัตริย์องค์นี้ทรงทศพิธราชธรรมไว้อย่างหนึ่ง ที่เราจะพึงเห็นกันง่าย ๆ ก็คือ ทานบารมี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราจะพูดกันให้ชัดก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งอยู่ในเมตตาบารมีอย่างกว้างขวาง ถ้าจะจัดเป็นพรหมวิหารก็เรียกว่าเป็นอัปปมัญญา คำว่าอัปปมัญญานี้หาประมาณมิได้ พระองค์ไม่ได้ทรงสนใจทะนุบำรุงความสุขความเจริญแต่ในเฉพาะครอบครัวหรือว่าราชวงศ์ ความจริงพระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณโดยมีพระราชประสงค์ที่จะสงเคราะห์พสกนิกรทั่วไป ไม่เลือกว่าเป็นคนไทยหรือต่างด้าว ที่อยู่ในขอบขัณฑสีมา นี่เราจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเสด็จออกนอกเขตพระราชฐาน เข้าไปในป่า ไปในดง ไปในภูเขา นำสิ่งของต่าง ๆ ไปสงเคราะห์อนุเคราะห์กับบรรดาประชาชน คนที่อยู่ไกลขอบเขตแห่งความเจริญ การเสด็จไปของพระองค์ไม่ใช่เป็นกีฬาสำหรับเที่ยวเล่น มันเป็นการเดินเขาเดินป่า ต้องทุกข์ทรมานด้วยประการทั้งปวงแล้วเวลาที่เข้าไปในขอบเขตนั้น ๆ เคยเห็นภาพที่เขาถ่ายมาให้เห็น ที่เขาเรียกกันว่าภาพพระราชทาน พระองค์ก็นั่งในบ้านของชาวกะเหรี่ยงบ้างชาวป่าบ้าง เขานำสุรามาให้เสวยพระองค์ก็ทรงเสวย พระองค์ทรงวางตนเสมอด้วยกับบุคคลพวกนั้น ถือว่าเป็นพี่น้องกันนี่เป็นเจตนาที่ดีของพระองค์ซึ่งเราจะหาได้ยาก แล้วพระองค์ทรงแสดงเหมือนว่าคนทุกคนเป็นน้องเป็นเพื่อนที่สนิท รักชอบ การทำใจประเภทนี้แสดงว่าพระมหากษัตริย์องค์นี้มีพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทานบารมีหาขอบเขตมิได้ พระองค์ไม่ได้ทรงตั้งใจจะหาความสุขโดยเฉพาะส่วนพระองค์ แต่ความจริงพระองค์จะไม่ทรงทำแบบนั้นก็ได้ เพราะว่าเวลานี้ความเป็นใหญ่ ขึ้นอยู่แก่รัฐธรรมนูญ งานบริหารประเทศก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหรือรัฐสภา แต่ทำไมพระองค์จึงต้องทำอย่างนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าพระองค์ทรงมีจิตใจหรือว่าพระราชหฤทัยเข้าถึงธรรม โดยเฉพาะเรียกว่าทนไม่ไหวที่จะนั่งกิน นอนกินเงินเดือนที่ชาวบ้านเขาให้ คิดเอาไว้เสมอว่าเราเป็นคนไทย แล้วเวลานี้ชาวบ้านเขายกย่องพระองค์ให้เป็นพระมหากษัตริย์ จัดว่าเป็นประมุขของคนในประเทศ ฉะนั้น จึงสร้างความดีในขอบเขตที่อาตมาเองคิดว่าคนหลาย ๆ คนนี่ยังมีสมรรถภาพสู้พระองค์ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะว่าการนำของไปแจกเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ แล้วก็คนที่เอาของมาน้อมนำให้แก่พระองค์ที่เรียกว่าโดยเสด็จพระราชกุศล คำว่าโดยนี่เขาแปลว่าตาม เรียกว่าทำบุญตาม พระองค์ก็ไม่เคยกักไม่เคยกันเอาเข้าไว้ นี่คิดว่ายังงั้นนะ ถ้าจิตใจของพระองค์คิดว่าจะเอาเปรียบชาวบ้าน กอบโกยเงินของชาวบ้านเป็นสมบัติของพระองค์แล้ว ความจริงพระองค์ไม่ต้องทำแบบนั้น เป็นแต่เพียงนอนอยู่เฉย ๆ ตามใจรัฐสภา ตามใจรัฐบาล เขาจะเอายังไงก็เซ็นให้ทุกอย่าง เท่านี้รัฐสภาหรือรัฐบาลเขาก็ชอบใจ เพราะมอบเวรประเคนให้ ดีไม่ดีอาจจะขอให้พระองค์ช่วยรับผล คือทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม นี่พระองค์ถ้าไม่มีพรหมวิหาร ๔ เป็นอัปปมัญญา พระองค์ก็จะต้องทำอย่างนี้ การที่พระองค์แสดงองค์ทรงมีพระเมตตาแก่พสกนิกรทั่วประเทศขอบเขตขันฑสีมา ก็แสดงว่าพระองค์ทรงตั้งตนไว้ชอบในระบบของกษัตริย์ที่ถือว่าเป็นพ่อของคนทั้งเมือง เพราะว่าสมัยก่อนนี้ พระมหากษัตริย์เขาเรียกกันว่าพ่อเมือง คนทุกคนนับถือพระมหากษัตริย์เหมือนพ่อ นี่พระองค์ทรงตั้งตนไว้ชอบ มาคิดตอนนี้แล้วก็คิดถึงสมัยสุโขทัย

สมัยสุโขทัยนี่ ที่ตั้งเมืองขึ้นมาได้ก็เพราะว่าพระมหากษัตริย์เข้าถึงคน เรียกว่าพระมหากษัตริย์ทำเหมือนว่าเป็นเพื่อนกับคนทุกคนในประเทศ ไม่ได้คิดว่า พระองค์ทรงเป็นจ้าวนายเลย ในการเข้าถึงประชาชนในสมัยนั้นก็เข้าถึงง่ายที่สุด ให้โอกาสแก่บรรดาพสกนิกรทั้งหลายที่จะเฝ้าได้ตลอดเวลา แต่อย่าลืมนะ ไม่ใช่เวลานอนหลับแล้วก็ไปปลุกกัน เว้นไว้แต่สงครามมันจะเข้ามาถึงประเทศและเหตุใหญ่ นี่ การจะเข้าจะออกยังไงก็ต้องรู้กาลรู้เวลา ไม่ใช่นึก ๆ ว่า เอ้านี่เราเป็นคนเข้าถึงพระมหากษัตริย์ อยู่ ๆ ก็เวลาตี ๑ ตี ๒ ตี ๓ ต้องการจะเฝ้าพระมหากษัตริย์ นี่มันเลยพอดีแล้ว ตั้งตนไว้ไม่ชอบ ทีนี้พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงสุโขทัยที่เคยนอนฝันไปหรือว่านั่งฝัน บางทีไม่ได้หลับ ตื่น ๆ ฝันไปว่าทำไมชาวสุโขทัยจึงทรงตัวได้ทั้ง ๆ ที่มีกำลังน้อยกว่าขอมตั้งเยอะ การตั้งตนคราวนั้นก็เพราะอาศัยมีธรรมสามัคคี หัวหน้าคนไทยสมัยนั้นทรงความดี คือตั้งตนไว้ชอบ ไม่ถือตนว่าเป็นจ้าวคนเป็นนายคน ถือตนแต่เพียงว่าเป็นเพื่อนของคน เพราะอาศัยที่คนในสมัยนั้นถือตนเป็นเพื่อนของคนทุกคน บรรดาประชาชนทั้งหลายเลยยกย่องให้เป็นพ่อคนไปเสียเลย เพราะอำนาจของความดี

ก็เลยมานึกถึงว่าสมัยนี้ เวลานี้พระมหากษัตริย์องค์นี้ ทรงมีพระราชจริยาวัตรคล้ายกับกษัตริย์สมัยสุโขทัย นี่เราว่ากันไปตามนี้นะ นี่เป็นความดีของพระมหากษัตริย์นี่คนอ่านคงจะนึก และบางท่านอาจจะนึก แต่บางท่านอาจจะไม่นึกว่า นี่หลวงตาองค์นี้คงจะประจบกษัตริย์กระมัง อยากจะได้ตำแหน่งพระครู อยากจะได้ตำแหน่งเจ้าคุณ อยากจะได้ตำแหน่งสมเด็จ เปล่า ไม่เคยหวัง ให้ก็ไม่เอา ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะตำแหน่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่เคยกันนรกได้ การดำรงตำแหน่งหลวงตานี่โก้เต็มที่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าตำแหน่งนี้ประชาชนตั้ง เวลานี้ก็เป็นสมัยประชาธิปไตย และในบางครั้งบางคราวประชาชนบางเหล่าเขาก็ตั้งให้เป็นวัวเป็นควายเป็นสุนัขไปก็มี เพราะอะไร นัตถิ โลเก อนินทิโต บุคคลที่เกิดมาในโลกที่ไม่ถูกนินทาเลยไม่มี เวลานี้ก็ถูกนินทาจม ด่าเข้ามาทุกทิศทุกทาง ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร อยากด่าก็ด่าไป ถ้าเราคิดว่าตั้งตนปฏิบัติไว้ตามแนวที่องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์สอนพอแล้ว ถ้าคนเลวชม เราควรจะเสียใจ ถ้าหากว่าท่านผู้ใหญ่ คือพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ชมเราควรจะดีใจ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะท่านทั้งหลายเหล่านั้นท่านผู้ใหญ่ มีพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ท่านไม่ยอมรับนับถืออารมณ์ของกิเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ไม่บูชากิเลสจริง ๆ ถ้าหากว่าพระองค์ทรงชมควรจะปลื้มใจให้มาก ถ้าชาวบ้านชม ควรจะสลดใจให้มาก เพราะชาวบ้านมีกิเลส นี่ว่ากันเลยเถิดไปแล้วกระมัง ว่ากันถึงการตั้งตนไว้ชอบ นี่มาพูดโดยย่อ พระมหากษัตริย์องค์นี้ทรงตั้งตนไว้ตามระบอบพระธรรมวินัย ที่องค์สมเด็จพระจอมไตรตรัสไว้

ตานี้ เราที่เป็นพสกนิกร หรือว่าประกาศตนเป็นพุทธบริษัท หรือไม่ใช่ก็ช่างเถอะ เป็นคนในประเทศไทย ถ้าบุคคลผู้ใดที่เป็นข้าราชบริพาร นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาก็ดีหรือประธานสภาก็ดี ถ้าไม่รักษาจริยานี้ตามพระมหากษัตริย์ก็เรียกบุคคลนั้นว่า ตั้งตนไว้ไม่ชอบ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะไม่ตั้งตนไว้ด้วยดี รวมความกันอย่างสั้น ๆ เพราะว่ามงคลนี้มีมากมาย อันนี้ก็ไม่น่าจะพูดมาก เพราะรู้กันอยู่แล้ว เป็นอันว่าการตั้งตนไว้ชอบ คือตั้งตนให้อยู่ในขอบเขตระเบียบที่ตนพึงอยู่ จะต้องพึงปฏิบัติ เป็นอันว่า นี่เราว่ากันทางโลกที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ จะว่ากันโดยทางธรรมมันก็จะเฟ้อไป เป็นอันว่าขอให้ท่านทั้งหลายพึงเข้าใจว่า ท่านอยู่ในขอบเขตไหน ระเบียบวินัยกฎข้อบังคับของเขตนั้นมียังไง ตั้งตนไว้โดยเฉพาะในขอบเขตของระเบียบวินัยและกฎข้อบังคับ เท่านี้ก็ชื่อว่าท่านตั้งตนไว้ชอบคือหมายความว่าคนในกลุ่มเดียวกันเขาไม่เกลียดท่าน แล้วทุกคนเขามีความจงรักภักดี เขามีความหวังดีต่อท่าน ท่านเองก็ชื่อว่าเป็นคนมีความสุข

ตานี้ บุคคลที่จะตั้งตนไว้ชอบนี่ใครบ้าง ก็ว่ากันได้ บอกกันได้ตรง ๆ ว่าทุกคนในโลก ให้ตั้งตนไว้ชอบสม่ำเสมอกัน คือว่าตั้งตนไว้ชอบตามระเบียบ ตามวินัย ตามกฎข้อบังคับของกลุ่ม ของหมู่คณะ และของประเทศชาติ จงอย่าตั้งตนไว้ตามชอบใจของตนอย่างที่บุคคลประชาชนบางกลุ่มทำอยู่เวลานี้ ทำไปทำมาทีแรกบางคนเขาคิดว่าดี แต่เวลานี้รู้สึกว่าเขาเริ่มจะเกลียดกันมากแล้ว นี่ ทำอย่างนี้ชื่อว่าไม่ได้ปฏิบัติตนตามมงคลที่องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงสั่งสอนและแนะนำ คือตั้งตนไว้ไม่ชอบ บุคคลนั้นเป็นใครก็ไม่ขอบอก เขารู้ตัวของเขาเอง เอาละ เป็นอันว่ามงคลที่ ๖ ก็ยุติกันไว้แต่เพียงเท่านี้ ต่อแต่นี้ไปเราก็มาว่ากันถึงมงคลที่เจ็ด ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ