เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย และบรรดาเพื่อนพระภิกษุสามเณรทั้งหลาย วันนี้จะขอพูดกับท่านในเรื่องของ คิหิปฎิบัติ คือข้อปฎิบัติของฆราวาส แต่ความจริงข้อปฎิบัติของฆราวาสนี่ ผมว่าบางที พระบางองค์ก็ปฎิบัติไม่ได้ก็มี ฆราวาสจะไปถือว่าเขาเลวกว่าพระเสมอไปนี่ไม่ได้ บางทีเราเห็นว่าพระนี่เลวกว่าฆราวาสก็เยอะ ผมก็ไม่เคยคิดว่าผมดี แต่ทว่าบางทีผมก็สะดุดใจมาก นี่ความรู้ของฆราวาสพระควรศึกษา เพราะว่าเราก็มาจากฆราวาส ดีไม่ดีเราห่มผ้ากาสาวพัสตร์คิดว่าดีกว่าฆราวาส แต่ฆราวาสที่เขา ปฎิบัติดีกว่าเรา เราก็ควรจะอายเขาเหมือนกัน

องค์สมเด็จพระทรงธรรม์ทรงแนะนำ ข้อปฎิบัติของชาวบ้าน จะเห็นว่าพระพุทธเจ้านี่ทรงเป็น สัพพัญญู จริง ๆ สัพพัญญูนี่แปลว่า รู้ทุกอย่าง ไม่ใช้รู้แต่เรื่องสวรรค์อย่างเดียว แม้แต่ความเป็นอยู่ของฆราวาสก็รู้ วันนี้ก็ขอพูดถึงหมวด ความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมความปรารถนาได้ยาก 4 อย่าง ท่านว่าอย่างนั้นนะ ดูข้อความกันก่อน ในความปรารถนาที่หาได้ยากเป็นอย่างไรคือ

ขอสมบัติจงเกิดมีแก่เราด้วยทางที่ชอบ นี่เป็นความคิด
ขอยศจงเกิดมีแก่เราและญาติพวกพ้อง
ขอเราจงรักษาอายุให้ยืนนาน
เมื่อสิ้นชีพไปแล้วขอเราจงไปเกิดในสวรรค์

นี่ความจริงมันก็ไม่ยาก แต่ถ้าเราเป็นคนดีเสียอย่างมันก็ไม่ยาก ถ้าเราเป็นคนไม่ดีมันก็ยาก ท่านไม่ได้บอกว่าหาไม่ได้ แต่ท่านบอกว่าหาได้ยาก คือไอ้ความตั้งใจอย่างนี้มันสมปรารถนายากเพราะมันต้องมีความดีประกอบ

1. ขอสมบัติจงมีแก่เราด้วยทางที่ชอบ นี่ถ้าเราเป็นคนดีนะ เรามีความขยันหมั่นเพียรจริง ๆ เราไม่ลักไม่ขโมยเขา ไม่ยื้อไม่แย่ง ไม่คดโกงเขา มันก็หาได้ไม่ยาก และ

ขอยศจงเกิดมีแก่เราและพวกพ้องของเรา อันนี้ชักยุ่งหน่อย ไอ้เรื่องยศนี่มันต้องประกอบไปด้วยความสามารถความรู้ ถ้าถามว่า ถ้าเขามียศได้ ทำไมเรามียศไม่ได้ ความจริงยศนี่ มาจากความดี แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่ คนมียศโกงกันสะบัดบอกไม่ถูก เวลานี้คนมียศมักจะโกง คนที่โกง ๆ มียศทั้งนั้น คนมียศนี่ชอบโกง หนังสือพิมพ์ประกาศอยู่เรื่อย ชักไม่ค่อยเหมาะเสียแล้ว เป็นอันว่า ยศถาบรรดาศักดิ์ที่จะมีมาได้ ถ้าสมัยก่อนที่พระพุทธเจ้าท่านว่านะ และสมัยผมเอง ผมก็เห็นมาเหมือนกัน เพราะอาศัยความดีเป็นสำคัญ

ต้องมีความรู้
มีความสามารถ
มีคุณธรรมดี
รู้จักรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ ไม่ทำลายศักดิ์ศรี ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็ ยศมันก็ก้าวหน้าเรื่อย

ขอเราจงรักษาอายุให้ยืนนาน เรื่องอายุนี่ไม่แน่เสียแล้ว เพราะมันเป็นกฎของกรรม จะถือว่าเราเป็นผู้ปราศจากโรคก็ไม่ได้ ไอ้โรคภัยไข้เจ็บนี่มาจากอำนาจของ ปาณาติบาต ถ้า หากว่าเราไม่ทำลายชีวิตสัตว์ในกาลก่อนมา อายุก็ยืน ถ้าไปนั่งคิดอย่างนี้ก็ผิด คิดว่ามีอายุเท่าไหร่ พอใจเท่านั้นดีกว่า

เมื่อสิ้นชีพแล้วขอเราจงไปเกิดบนสวรรค์ อันนี้ไม่ยาก แต่ว่ายากสำหรับคนเลว ไม่ยากสำหรับคนดี คำว่าสวรรค์คือแดนของความสุข ก่อนที่เราจะไปสวรรค์ได้ เราก็ต้องสร้างสวรรค์เสียก่อน

สวรรค์มีอะไร ทานัง สัคคโส ทานัง พระพุทธเจ้ากล่าวว่า ทานเป็นปัจจัยให้เกิดบนสวรรค์ เราก็ให้ทาน สีเลนะ สุคติง ยันติ คนจะไปสวรค์ได้ก็ต้องอาศัยศีล เราก็รักษาศีล ก็หมดเรื่อง เราก็ไปสวรรค์ได้ แต่มันยากสำหรับคนเลว มันง่ายสำหรับคนดี ก็พูดกันเท่านี้ก็พอ ขืนพูดกันมากมันก็ยุ่ง

ทีนี้หมวดต่อไปทานบอกว่า ธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย มีอยู่ 4 อย่าง คือ
สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล
จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน
ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา

ทีนี้หมวดต่อไปท่านบอกว่า ตระกูลที่มั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้เพราะลักษณะ 4 อย่าง ฟังให้ดีนะ ว่าตระกูลที่มั่งคั่งคือร่ำรวยแล้วน่ะจะทรงความร่ำรวยไว้ไม่ได้ก็เพราะเหตุ 4 ประการก็คือ
ไม่แสวงหาพัสดุที่หายไปแล้ว หมายความว่า ของมีของใช้น่ะ ไม่สนใจในการระวังรักษา หายแล้วก็หายไป ปล่อยมันซะไม่เป็นไร หาใหม่ก็แล้วกัน เรามีเงินมีทอง ตัวอย่างอันนี้มีอยู่

เคยพบคนคนหนึ่งที่ จังหวัดอุทัยธานี เธอเป็นคนถีบปั่นสามล้อ อาชีพสามล้อ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง พอถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งก็เลยแสดงตนเป็นมหาเศรษฐี ซื้อของไม่ต้องต่อ เศษที่เขาจะทอนให้ไม่ต้องทอน ดีไม่ดีก็เอาแจกใครต่อใครบ้าง ทะนงตัวว่าเป็นคนมีเงินแสน ไม่ช้าก็กลายเป็นคนปั่นสามล้อตามเดิม แล้วคนคนนี้ก็มีโชคดีมาก ชื่อนายแทน กลับถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งอีกครั้งหนึ่ง ครั้งที่สองนี่แกก็เจ๊งอีกเหมือนกัน มีสภาพเดิม เจ๊งคราวนี้ดี เจ๊งแล้วก็ตายไปเลย ไม่ได้ถูกฆ่าตาย ป่วยไข้ตาย แต่เข้าว่าการถูกลอตเตอรี่สองทีนี่เป็นเพราะอาศัยเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดา เป็นคนที่ น่าสรรเสริญอยู่อย่างหนึ่ง คือทั้ง ๆ ที่แกมีความยากจนเข็ญใจปั่นสามล้อประกอบอาชีพ แต่ความสุขของแกก็คือปฎิบัติบิดามารดาให้มีความสุข แม้จะเหนื่อยจะยากอย่างไรก็ตาม เรื่องพ่อเรื่องแม่นี่แกเทิดทูน จริง ๆ พ่อแม่ต้องการอะไร ถ้าไม่เกินวิสัย แกทำได้ทุกอย่าง นี่น่าสรรเสริญ จงจำให้ดีว่าตระกูลที่มั่งคั่งจะทรงตัวไม่ได้ เพราะไม่แสวงหาพัสดุที่สูญหายไปแล้ว หายแล้วก็ช่างมัน ซื้อใหม่ หายแล้วก็ช่างมัน ซื้อใหม่ไม่ช้าก็หมด

ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า คือพัสดุที่พอจะใช้ได้ พอซ่อมแซมแล้วยังใช้ไม่ได้ ไม่ซ่อมไม่แซม โยนทิ้งมันส่ง อันนี้ไม่ช้าก็พัง

ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ ประเภทที่ข้าวบ้านกินไม่ได้น่ะ ต้องไปกินข้าว นอกบ้าน น้ำอาบในบ้านไม่ได้ ต้องไปอาบนอกบ้าน คนนวดที่บ้านมีนวดไม่ชอบใจ ต้องไปจ้างเขานวดที่นอกบ้าน ประเภทนี้แหละ จับจ่ายใช้สอยไปในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ไม่รู้จักประมาณ ก็เห็นมหาเศรษฐนี่เดินต๊อก ๆ ๆ ก็เยอะแยะ นักการเมืองสมัยก่อนมีความรุ่งเรือง แต่หมดสภาพ จากนักการเมืองแม้แต่อะไรล่ะ แม้แต่โอเลี้ยงยังต้องเป็นหนี้เขา แต่ว่านักการเมืองสมัยนี้คงไม่เป็นแบบนั้นหรอก แต่ว่านักการเมืองทุกคนท่านว่าเป็นคนฉลาด เพราะว่าเวลาท่านเป็นนักการเมือง ท่านก็สะสมทรัพย์ของท่านแบบสบายๆ ไม่ได้หมายความว่าท่านโกงนะ ดีไม่ดี มีใครเขาพิสมัยท่าน มาให้ท่าน ท่านรู้จักประมาณในการสะสมทรัพย์ ท่านก็มีความสุข

ตั้งสตรีหรือบุรุษที่ทุศีล คือเป็นคนชั่ว เป็นพ่อบ้านแม่เรือน ทุศีล คำว่าศีลนี่ แปลว่าปกติ ทุแปลว่าชั่ว ปกติก็มีความชั่วอยู่ตลอดเวลา เป็นพ่อบ้านแม่เรือน มันก็ฉิบหายกันเท่านั้น

เป็นอันว่าตระกูลที่มั่งคั่งจะต้องยากจนลงไปก็เพราะ
ไม่แสวงหาพัสดุที่หายไปแล้ว
ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า
ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ
ตั้งสตรีหรือบุรุษชั่วไว้เป็นพ่อบ้านแม่เรือน

ทีนี้ท่านเตือนไว้บอกว่า ผู้หวังการดำรงวงศ์ตระกูลให้ทรงอยู่ ควรเว้นความเสียหายความชั่ว 4 ประการนี่เสีย วงศ์ตระกูลจะทรงตัวได้ดี

นี่เวลายังมีว่ากันต่อไปอีก ธรรมของฆราวาส 4 อย่าง เรื่องธรรมดาของฆราวาสนี่ ผมจะขอพูดแต่เบา ๆ เพราะไม่ใช่ระดับพระ ฆราวาสมีกิจการมาก คือ

สัจจะ ความซื่อสัตย์แก่กัน ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน เป็นปัจจัยให้เกิดความสุข ธรรมนี่แปลว่าทรงไว้ซึ่งความดีนะ ซึ่งฆราวาสที่จะดีได้จริง ๆ ต้องปฎิบัติในกฎ 4 ประการ คือ

สัจจะ มีความซื่อตรงต่อกัน
ทมะ รู้จักข่มใจขของตน เมื่อเวลาจะอะไรไม่ชอบใจนิด ๆ หน่อย ๆ ก็อดใจได้นิ่งไว้ อย่าเพิ่งวู่วาม จะเป็นเครื่องขัดใจซึ่งกันและกัน ถ้าลงโกรธกันเสียแล้วมันดีกันยาก
ขันติ อดทนต่อความยากลำบาก หรือต่อถ้อยคำที่ไม่เป็นที่ถูกใจคน
จาคะ สละปันสิ่งของของตนให้แก่คนที่ควรให้ปัน นี่เป็นปัจจัยของความรัก

เป็นอันว่าใครก็ตามทรงคุณธรรม 4 ประการนี้แล้ว ก็จะเป็นคนที่มีความสุข คือธรรมะ ทรงไว้ซึ่งความดี เมื่อความดีมีที่ไหน ความสุขมันก็มีที่นั่น

ต่อไปก็ขอต่อเป็น คิหิปฎิบัติหมวดห้า หมวดห้าอันดับแรก ท่านบอกว่า ประโยชน์เกิดแก่การถือโภคทรัพย์ 5 อย่าง นี่เป็นเรื่องฆราวาสนะ พระกับเณรก็ระวัง ๆ อย่าไปยุ่งเข้า พระเณรนี่เขาบวชเพื่อพระนิพพาน อย่าลืมพระบาลีว่า นิพพานะ สัจฉิกิริยะ เอตัง กาสาวัง คเหตวา เรารับผ้ากาสาวพัสตร์มาเพื่อทำให้แจ้งเพื่อพระนิพพาน อย่าไปยุ่ง ที่ท่านบอกว่า ฆราวาสเขาทำดีน่ะ อย่าไปดีอย่างเขา เราต้องดีอย่างของเรา

จะว่าไป ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ 5 อย่าง แต่ว่าแสวงหาโภคทรัพย์ได้แล้ว ในทางที่ชอบแล้วนะ คือ

เลี้ยงตัว เลี้ยงมารดา เลี้ยงบิดา เลี้ยงบุตร เลี้ยงภรรยา เลี้ยงบ่าวไพร่ให้เป็นสุข มีทรัพย์แล้วก็ใช้ให้ถูกต้องตามนี้ ไม่ใช้เลี้ยงแบบฟุ่มเฟือย ไปกินนอกบ้านไปกินภัตตาคาร ข้าวบ้านกินไม่ได้ ข้าวบ้านจานละบาท สองบาท ห้าบาท กินไม่ได้ ต้องไปกินกาแฟถ้วยละยี่สิบบาท ถ้วยละห้าสิบบาท หรือต้องไปอาบอบนวดที่นอกบ้าน นี่มันไม่จำเป็น คือเลี้ยงกันในบ้าน เลี้ยงตัว เลี้ยงมารดา เลี้ยงบิดา เลี้ยงบุตร เลี้ยงภรรยา เลี้ยงบ่าวไพร่ให้เป็นสุข ถ้าเขาเป็นสุข เราก็เป็นสุข เพราะอะไร ถ้าเราให้เขาเป็นสุข เขาก็เกิดความรักในเรา เราก็เป็นสุขใจสบายกาย อันตรายจะเกิดขึ้นท่านก็ป้องกัน

เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข คำว่าเลี้ยงเพื่อนฝูงนี่คือ สงเคราะห์ซึ่งกันและกันนะ ในเมื่อความทุกข์ยากเกิดแก่เพื่อนนะ ไม่ใช่จะชวนกันไปเลี้ยงกันที่ภัตตาคารหรือว่าที่ไนท์คลับ ไม่ใช่อย่างนั้น เลี้ยงอย่างนั้น เลี้ยงฉิบหายแน่

บำบัดอันตรายที่จะเกิดแต่เหตุต่าง ๆ หมายความว่า อันตรายมันจะพึงเกิดขึ้นนี่ เราต้องใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ ถ้าสามารถจะใช้ทรัพย์ไปให้หมอรักษา หรือหาการป้องกันด้วยเหตุนานาประการ บ้านมันไม่มิดชิด ทำให้มันแข็งแรง ทำรั้ว จ้างคนมาอยู่เวรอยู่ยาม ใช้ได้หมด

ทำพลีห้าอย่าง คือ
ก.ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
ข.อติถิพลี ต้อนรับแขกให้เหมาะสม
ค.ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุคคลผู้ตาย นี่มันยังไม่จบนะ ผมเกือบจะพลิกหน้ากระดาษแล้ว
ฆ.ราชพลี ถวายเป็นของหลวง คือเสียภาษีอากรให้ถูกต้อง อย่าคด อย่าโกง
ง. เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้แก่เทวดา

บริจาคทานในสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ นี่พระระวัง พระเณรระวังนะ พระพุทธเจ้าท่านบอกชาวบ้านไว้ว่า จงบริจาคทานในสมณะชีพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ ถ้าเราประพฤติไม่ดี เขาไม่ให้กินอย่าไปว่าเขานะ เรามันเลวเอง

เป็นอันว่าเห็นจะมาฟังกันง่าย ๆ ไม่ต้องอธิบายมาก ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ 5 อย่าง ท่านบอกแสวงหาทรัพย์มาได้แล้ว จงใช้ในทางที่ถูกที่ควร ท่านบอกในทางที่ชอบหรือทางที่ถูกที่ควร คือ

เลี้ยงตัว เลี้ยงมารดา เลี้ยงบิดา เลี้ยงบุตร เลี้ยงภรรยา เลี้ยงบ่าวไพร่ให้เป็นสุข คือใช้ให้พอดี ๆ อย่าให้มาก อย่าให้น้อยเกินไป
เลี้ยงเพื่อนฝูง ให้เป็นสุข เลี้ยงคือเกื้อกูลนะ
บำบัดอันตรายที่เกิดขึ้นด้วยเหตุต่าง ๆ หาทางป้องกัน
ทำพลีห้าอย่าง ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ อติถิพลี ต้อนรับแขก ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตาย ราชพลี จ่ายภาษีอากรให้ครบถ้วน เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้แก่เทวดา แล้วก็
บริจาคทานให้แก่ สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ นี่เป็นการใช้ทรัพย์ในทางที่ถูกจริง ๆ

ทีนี้มา คิหิปฎิบัติ หมวดต่อไป เรื่องศีลห้า

ปาณาติบาต เวรมณี เว้นจากการทำลายสัตว์
อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ ด้วยอาการอย่างขโมย
กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากการพูดเท็จ
สุราเมรยมัชชปมาทัฎฐานะ เวรมณี เว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

ความจริงศีลห้านี่ เขาเรียก ศีลนี่แปลว่าปกติ ปกติแล้ว เราไม่อยากให้ใครมาทำลายชีวิตเรา และเราก็ไม่ทำลายเขา นอกจากนั้นเราก็มีเมตตาความรัก กรุณา ความสงสารก็เป็นมหาเสน่ห์ เป็นปัจจัยให้เกิดความสุข ถ้าเราไม่ต้องการให้ใครเขาลัก เขาขโมยเรา เราก็ไม่ลักไม่ขโมยเขา เราก็เป็นที่รักของเขา เราไม่แย่งความรักของบุคคลอื่น เพราะเราไม่ต้องการให้เขามาแย่งความรักของเรา เราก็ไม่แย่งความรักของเขา ก็เป็นเหตุให้เขารักเราเหมือนกัน เป็นที่รักของคนอื่น วาจาที่ไม่เป็นความจริงเราไม่ชอบ ชาวบ้านเขาก็ไม่ชอบ เราก็ไม่พูดเสีย มันก้เป็นที่รัก การดื่มสุราเมรัยนี่ มันทำตัวให้เลว เราก็เว้นเสีย

เป็นอันว่า ศีลห้ารายการนี่ ถ้าใครปฎิบัติได้นะ ถ้าประเทศไทยคน 50 ล้านคน นี่ปฎิบัติได้นี่รวยมหาศาล

อย่างการฆ่า การทำร้ายซึ่งกันและกัน ถ้ามันไม่มี ทุกคนต่างคนต่างใจดี มีเมตตาปรานี มีความรักกัน สงสารกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ข้อเดียวเท่านี้ ประเทศไทยเรา เราก็ไม่ต้องจ้างตำรวจ ไม่ต้องจ้างผู้พิพากษา ไม่ต้องจ้างอัยการ ไม่ต้องจ้างข้าราชการ ไม่ต้องจ้างใครเขามาเป็นนาย เพราะคนทุกคนเป็นคนดี เราไม่ต้องเสียสตางค์ซื้ออาวุธ นี่อย่างประเทศเรานี่เป็นประเทศจน แต่ก็ต้องตั้งงบประมาณซื้ออาวุธทีเป็นหมื่นๆ ล้าน ไอ้เงินเป็นหมื่น ๆ ล้านนี่ถ้าไม่ต้องการซื้ออาวุธล่ะก็ แล้วก็ไม่ต้องเกณฑ์คนมาเพื่อป้องกันประเทศ เงินประเทศนี้เอามาใช้ในด้านเศรษฐกิจ รวยแสนรวย ถ้าหากว่าชาวบ้านต่างคนต่างดี ถ้ามันไม่ดี ต่างคนต่างต้องระแวงระไวซึ่งกันและกัน ก็ต้องซื้ออาวุธมาป้องกัน มีดพับคนละเล่ม ราคาเท่าไหร่ ปืนกระบอกหนึ่งราคาเท่าไหร่ กระสุนนัดราคาเท่าไหร่ มันเสียหายไปเปล่า ๆ 50 ล้านคน ต้องจ่ายค่าอาวุธไปคนละบาท สูญเสียเงินไปเปล่า ๆ 50 ล้านบาท และยังต้องจ้างตำรวจไว้จับเราเองอีก จ้างอัยการไว้ฟ้องเราอีก จ้างทนายความไว้แก้ต่างอีก จ้างผู้พิพากษาให้เอาเราให้เข้าคุกเข้าตะรางอีก จ้างพัสดีเรือนจำ จ้างเจ้าหน้าที่เรือนจำไว้ลงโทษเราอีก มันดีที่ไหนไอ้ความเลวร้ายนี่ ถ้าไม่เลวไม่ร้ายเสียหน่อย ทรัพย์สินของประเทศก็ไม่ต้องหมด

อทินนาทาน ถ้าไม่ลักไม่ขโมยกัน ก็จะรวยมหาศาล แค่กุญแจดอกเดียว 50 ล้านคน ถ้ามีกุญแจคนละดอก กุญแจดอกละ 10 บาท เราก็หมดไปแล้ว 50 ล้านบาท แต่มีใครมีกุญแจดอกเดียว แล้วกุญแจดอกละ 10 บาท มีไหม มีแค่กุญแจดอกเดียวมันก็พัง ถ้าเราไม่ลักไม่ขโมยกันละก็มันก็ไม่ต้องจ้างตำรวจ ไม่ต้องจ้างใครต่อไปใครอย่างว่านั่นแหละ ทรัพย์สินทั้งหลายวางไว้ที่ไหน มันก็ไม่หาย มันก็รวย นี่มันเป็นของดีนี่ พระพุทธเจ้าท่านจึงบอกว่า ฆราวาสปฎิบัติไว้นะจะมีความสุข แต่ต้องปฎิบัติเหมือนกันทุกคน ปฎิบัติคนเดียวก็พังเหมือนกัน

กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี ไม่แย่งความรัก ไอ้แย่งความรักเป็นชู้กันนี่ ตายไม่รู้เท่าไหร่แล้ว มันดีตรงไหน มันหวานมันกันตรงไหนหนอ คู่ครองของเรา คู่ครองของเขา มันก็เนื้อหนังเหมือนกัน มันก็แค่นั่นแหละ แต่ไอ้จิตใจมันทะเยอทะยานหาความเดือดร้อน พอใจสันโดษ พอใจในเพียงภรรยาสามีโดยเฉพาะ ก็หมดเรื่อง

เว้นจากการพูดเท็จ ไอ้การพูดเท็จนี่มันพูดลำบาก ต้องระวัง เกรงว่าจะจำไม่ได้ พูดจริงใจมันสบาย

การดื่มสุราเมรัยนี่ชวนเข้าคุกเข้าตะรางกันได้ง่าย แต่ไม่ขอพูดมากเพราะเข้าใจกันดีแล้วนี่นะ

หมวดต่อไปท่านบอก มิจฉาวณิชชา คือ การค้าขายที่ไม่ชอบธรรม 5 อย่าง การค้าขายแบบนี้ ท่านบอก ไม่ควรจะค้าจะขาย คือ

ขายเครื่องประหาร อาวุธที่สำหรับจะฆ่ากันนั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้มันขายดีซะด้วยนะ เพราะขายเครื่องประหารนี่มันเป็นปัจจัยให้เกิดโทษ แต่เอก็ตามใจเถอะ พระพุทธเจ้าท่านว่าอย่างนั้น
ขายมนุษย์ เวลานี้ขายดีจัง แต่ก่อนเขาลวงสาว ๆ มาขาย เวลานี้เด็ก ๆ เขาก็ขายกันแล้ว นี่เป็นการค้าขายที่ไม่ควร
ขายสัตว์เป็นสำหรับให้เขาเอาไปฆ่าเป็นอาหาร นี่เป็นการเบียดเบียนชีวิตเขา
ขายยาพิษ

เป็นอันว่าถ้าเราจะทำตนของเราให้เป็นคนดีล่ะก็ อย่าขายของเหล่านี้เลย มันเป็นปัจจัยของความทุกข์ แต่ว่านี่เราพูดกันถึงว่าคนต้องการดีนะ ถ้าที่เขาต้องการไม่ดี ก็ช่างเขาเถอะ ท่านบอกค้าขายอย่างนี้ห้าม อุบาสก หมายความว่า คนที่มีศีลธรรมประจำใจจงอย่าทำ

ทีนี้หมวดต่อไปเวลาเหลืออีก 3 นาที ท่านบอกว่า สมบัติของอุบาสก คำว่า อุบาสก หรือ อุบาสิกา แปลว่าคนผู้นับถือพระพุทธศาสนา คือนับถือคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านบอกว่า

สมบัติของอุบาสกมี 5 ประการ คือ

ประกอบไปด้วยศรัทธา คือเชื่อด้วยเหตุด้วยผล
มีศีลบริสุทธิ์
ไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือ เชื่อกรรม ไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นมงคล ไอ้เรื่องมงคลนี่มันยุ่งเหมือนกัน เคยพบมาคราว มีครั้งหนึ่งไปที่จังหวัดชัยนาท เขาแต่งงานกันวันนั้น ก็เผอิญเป็นพระหัวแถว มีท่านเจ้าภาพ เขาเรียกกันว่าคุณนาย ลืมเสียแล้วว่าภรรยาคุณหลวงอะไรก็ไม่ทราบ แล้วก็สั่งให้คนใช้ไปเด็ดก้านมะยมมา 9 ก้าน เจ้าคนใช้ฟังผิด ไปเด็ดมา 5 ก้าน คุณนายตาเขียวเสียงแข็งเข้าใส่คนใช้ว่า ทำไมฉันสั่งเอามา 9 ก้าน แกทำไมเอามา 5 ก้าน ไอ้เวลามันก็ถึงแล้ว เห็นท่าไม่ดี เลยบอกคุณนาย ความจริง 9 ก้านนี่ก็ได้แก่ คุณพระพุทธเจ้า 9 ประการ แต่ว่า 5 ก้านนี่หมายถึงพระพุทธเจ้า 5 องค์ เป็น นโมพุทธายะ อาตมาว่ามีความเข้มแข็งกว่า แกเลยยิ้มออกมาได้ นี่ความจริงไอ้ใบมะยมกี่ก้าน ๆ นี่มันไม่ได้ทำให้คนดีคนชั่ว มันจะดีจะชั่ว ก็เพราะคู่ครองเขาจะรักกันจริงหรือไม่จริงเท่านั้น ถ้าหากวัตถุมันทำให้คนดีจริง ๆ เป็นที่นิยมได้มันก็ไม่ต้องสร้างความดีกัน นี่สำหรับท่านที่เป็นอุบาสก อย่าไปถือมงคลตื่นข่าวแบบนี้ จงถือว่าถ้าทำดี แล้วก็มันดีเอง ถ้าทำชั่วมันก็ชั่ว มันไม่ดีไม่ชั่วเพราะวัตถุเข้ามาช่วย
ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา หมายความว่าเรามีพระพุทธศาสนาเป็นที่เคารพอยู่แล้ว พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเอาศาสนาอื่นเข้ามาแทรกมาแซง ศาสนาอะไรต่อศาสนาอะไรเอาเข้ามาผสม ไม่ต้องประยุกต์ คำสอนของพระพุทธเจ้ามีเหลือกินเหลือใช้แล้ว เท่านี้ก็พอ
ทำบุญแต่ในพระพุทธศาสนา หมายความว่า การทำบุญนี่เราทำบุญในพระพุทธศาสนาจริง แต่การสงเคราะห์เราก็สงเคราะห์ได้ไม่เลือกการ ไม่เลือกว่าศาสนาไหน เป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน


ฉะนั้นท่านกล่าวว่า อุบาสกพึงตั้งอยู่ในสมบัติ 5 ประการ ละเว้นวิบัติ 5 รายการ ซึ่งวิปริตจากสมบัติเหล่านี้ ตอนนี้เห็นจะไม่ว่าต่อไปเพราะหมดเวลา เสียแล้ว

ท่านผู้รับฟัง วันนี้ก้ต้องขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล จงมีแด่ท่านสาธุชนผู้รับฟังทุกท่าน สวัสดี ๚ะ

ห้องสมุดธรรมะ