เว็บไซด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยถ่ายทอดตามแนวทางที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เมตตาสอนไว้

ท่านอาจจะสงสัยว่าเรื่องของฌานสมาบัติต้องมีศีลดี ก็เมื่อเป็นเด็กจะมีศีลวิเศษขนาดไหน เรื่องนี้ฉันยอมรับว่าที่ฉันไปนรกได้ฉันไม่เข้าใจว่าเป็นฌานหรือเปล่า ฉันตายไปแล้ว เมื่อฟื้นขึ้นมาฉันก็ไปตามที่ฉันตายไป มันจะเป็นฌานหรือเป็นระเบียงบ้าน เรื่องนี้ฉันไม่เข้าใจ แต่ทว่าเมื่อฉันเป็นเด็กสิ่งที่ฉั้นปฏิบัติเป็นปกติจนถึงวันบวชพระก็คือ

๑. ไม่ฆ่าสัตว์ จำได้ว่าเคยฆ่าปลาไม่เกิน ๖ ตัว เพราะผู้ใหญ่บังคับ ต่อมาไม่ยอมฆ่าอีกตลอดมาจนถึงวันบวช เว้นไว้แต่ที่คนข่มเหงฉัน หรือผู้ร้ายที่ปล้นขาวบ้าน ถ้าฉันเลี่ยงไม่พ้นฉันยิง และตายไปประมาณ ๓๐ คนเศษ คนเลวฉันคิดไปว่าไม่บาปเป็นความคิดสมัยก่อนบวช

๒. ไม่ลักของใคร

๓. ไม่เป็นชู้ภรรยาใคร แต่ลูกเขานี่ซิคิดว่าไม่ผิดศีล เมื่อเขาเมตตาก็ต้องรับความปรานี อย่างนี้บาปหรือเปล่าใจตอนนั้นคิดว่าไม่บาปและไม่ได้ฝืนใจใคร ทุกคนสมัครใจร่วมกัน คงไม่เป็นไรมาก

๔. เรื่องโกหก ถ้าจะเอาบ้างแต่ก็ไม่ร้ายแรง ที่โกหกมากก็คือพวกสาว ๆ เพราะไม่โกหกแกไม่เชื่อ เลยต้องโกหก ตามใจคนรักคงไม่บาป

๕. เรื่องของคนเมาหรือการพนัน ปลอดแน่ นอกจากจะลองทดสอบความเมากับน้าคราวเดียว คือ น้าเป็นนายตำรวจจับคนเมามาได้ แกก็บอกว่าที่แกด่าอาละวาดขาวบ้านแกเมาแกไม่รู้เรื่อง เพื่อทดสอบให้แน่ใจว่าคนเมาพูดเองและฟังคนอื่นพูดรู้เรื่องหรือเปล่า สองคนน้าหลานว่าน้ำตาลเมาเขามา ๑ ไหครึ่ง เห็นรู้เรื่องทุกอย่าง พูดเองก็รู้ คนอื่นพูดก็รู้ ต่อไปเมื่อจับคนเมามาได้และถ้าแกแก้ว่าทำไปเพราะเมา แกไม่รู้เรื่อง ฯลฯ ถามแกว่าแกชอบเมาอะไร สุราชนิดไหน น้ำตาลเมา น้ำขาว อุ หรือเบียร์ เป็นต้น เมื่อแกบอกว่าแกเมาอะไรก็ไปหามาให้แก เมื่อแกกินเมาแล้วก็ซ้อมด้วยไม้กระบอง ตีเสียช่ำมือทุกราย ถ้าแกบอกว่าเจ็บก็ไม่ยอมเลิกตี บอกแกว่าคนเมาไม่รู้เรื่องไม่เจ็บ ล่อเสียอานไปหลายรายการ เพียงรายสองรายก็ปรากฏว่าในเขตของน้าหาคนเมาทำยายากเต็มทน ที่ชอบเมาจริง ๆ ก็พยายามเมาในมุ้ง เป็นการปราบที่มีผลมาก ชาวบ้านสบายใจไปตาม ๆ กัน

นอกจากนี้แล้ว ขณะที่เป็นเด็กและฆราวาสมีอารมณ์แปลก คือ มีความรู้ที่เกิดเอง คือ ที่ไหนก็ตามมีอะไรเป็นพิเศษ เช่น คนตาย ของดีกว่าปกติ เมื่อไปนอนคืนเดียวก็ปรากฏว่ารู้หมด ว่าที่บ้านนี้หรือตรงนี้มีคนตายแล้วกี่คน อายุ รูปร่าง อากาป่วยเมื่อจะตาย ตายแล้วไปไหน มันเห็นเองรู้เอง ไม่ได้ทำอะไร เพียงไปนอนเท่านั้น ถ้าไม่เห็นก่อนหลับก็ตอนตื่นใหม่ ๆ คนตายจะมาเล่าเรื่องของตนให้ฟังจนหมด เมื่อสว่างแล้วถามเจ้าของบ้านทุกบ้านพากันยอมรับว่าจริง ปฏิปทาก่อนบวชมีเท่านี้ มันจะเป็นฌานเป็นสมาบัติ หรือเรื่องที่รู้มันรู้ได้อย่างไร อ่านตำราแล้วไม่เข้าใจ ถ้าถามพระท่านบอกว่าของเก่าตามมา

เป็นอันว่าเรื่องเมื่อฟื้นจากตายความจริงมีเรื่องมากมาย เขียนสกพันหน้าก็ไม่จบ มันจะมีประโยชน์อะไร เขียนไปเขียนมาก็คุยกับตาลุง ไปสวรรค์ก็ไม่กล้าไป เขียนไปก็เปลืองสายตาคนอ่าน เลิกเขียนดีกว่า เอาเวลาเขียนไว้ตอนเข้าอุปสมบทต่อไป ตอนนี้ขอเอวังเพียงนี้ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน นี้เวลาว่างหายาก ก็ขอพักตอนที่สองไว้เพียงเท่านี้

ห้องสมุดธรรมะ